วุฒิสภา ให้ความเห็นชอบร่างกฎหมายงบประมาณปี 64

21 ก.ย. 63 – วุฒิสภามีมติ 218 เสียง เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 วงเงินกว่า 3.28 ล้านล้านบาทพร้อมนำส่งข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญให้รัฐรับไปประกอบการดำเนินงาน ส่วนร่างกฎหมายจะมีผลบังคับใช้หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อหน่วยรับงบประมาณทั้งประเทศนำไปใช้บริหารประเทศ

     ที่ประชุมวุฒิสภาที่มี ศ.พิเศษ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภาเป็นประธาน พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 ที่สภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบแล้วด้วยวงเงินกว่า 3.285 ล้านล้านบาท ก่อนมีมติเห็นชอบต่อร่างกฎหมายดังกล่าวด้วยเสียง 218 เสียง งดออกเสียง 5 เสียง ไม่ลงคะแนน 1 เสียง โดยไม่มีผู้ไม่เห็นด้วย จากจำนวนผู้เข้าร่วมประชุม 224 คน พร้อมกันนี้ เห็นชอบให้นำข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2564 วุฒิสภา ที่มี นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ เป็นประธาน เสนอไปยังรัฐบาลด้วย สำหรับข้อสังเกตดังกล่าวของคณะกรรมาธิการมีความครอบคลุมถึงวินัยการเลินการคลัง และการจัดสรรงบประมาณต่อหน่วยรับงบประมาณในหลายประเด็น อาทิ การเพิ่มการจัดเก็บรายได้ การให้หน่วยรับงบประมาณให้ความสำคัญกับแผนย่อยของแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติมากขึ้น การจัดทำตัวชี้วัดที่ต้องให้เห็นเป็นรูปธรรมชัดเจน รายจ่ายประจำด้านบุคลากรที่มีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่องเป็นภาระงบประมาณในอนาคต การจัดสรรงบชำระเงินกู้ที่ควรกำหนดเพิ่มมากขึ้นให้ใกล้เคียงกับเกณฑ์กรอบวินัยการเงินการคลังประมาณ 3.5 ของงบประมาณ

     ด้าน นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์  รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวขอบคุณวุฒิสภาในนามตัวแทนรัฐบาล ว่าจะนำข้อคิดเห็นคำแนะนำ และข้อห่วงใย จากสมาชิกวุฒิสภา ไปประกอบการปรับปรุงการดำเนินงานของหน่วยรับงบประมาณเพื่อประโยชน์ต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด รวมทั้งจะนำข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการบริหราราชการไปประกอบการดำเนินงานเพื่อจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดให้เกิดความคุ้มค่าเกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมยืนยันรัฐบาลจะกำกับดูแลการใช้จ่ายอย่างโปร่งใส และให้เป็นไปตามนโยบายที่วางไว้และเกิดเป้าประสงค์ตามที่มุ่งหวังในการสร้างความมั่นคง มั่งคั่ง อย่างยั่งยืน

     ทั้งนี้ ร่างพ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 ที่วุฒิสภาให้ความเห็นชอบแล้วนี้  รัฐสภาจะต้องเสนอไปยังนายกฯ เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ ก่อนไปสู่ขั้นตอนของการประกาศในราชกิจานุเบกษาให้มีผลบังคับใช้เป็นกฎหมายต่อไป

 

ลักขณา เทียกทอง ข่าว/เรียบเรียง