รมว.ศึกษาธิการ เผยแนวทางการปฏิบัติเรื่องทรงผมและการแต่งกายของนักเรียนจะชัดเจน ภายในสิ้นเดือน ธ.ค. นี้

2 ธ.ค. 63 - รมว.ศึกษาธิการ เผยแนวทางการปฏิบัติเรื่องทรงผมและการแต่งกายของนักเรียนจะชัดเจน ภายในสิ้นเดือน ธ.ค. นี้ ยอมรับต้องคิดอย่างรอบคอบและรอบด้าน เพราะเชื่อมโยงกับการวางรากฐานการศึกษาไทยในอนาคต

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจา เรื่องการชุมนุมและข้อเรียกร้องของกลุ่มนักเรียนเลว กรณีการแต่งกายไปโรงเรียน โดยมองว่าการแต่งกายด้วยชุดนักเรียนเป็นความภาคภูมิใจ เป็นเรื่องของความปลอดภัย รวมถึงเรื่องค่าใช้จ่าย ซึ่งการแต่งกายด้วยชุดนักเรียนจะเสียเงินน้อยกว่าการแต่งกายชุดไพรเวท (private) ไปเรียน และอาจจะเป็นการสร้างปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำทางฐานะให้เกิดขึ้นในสถานศึกษา ทำให้ผู้ปกครองเกรงว่ากระทรวงศึกษาธิการจะรับฟังข้อเสนอแล้วนำมาแก้ไขเรื่องการแต่งกาย จึงอยากถามถึงนโยบายเรื่องชุดนักเรียนของรัฐบาล และที่ผ่านมารัฐบาลเคยสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้ผู้ปกครองไปซื้อชุดนักเรียน ยังสามารถทำได้หรือไม่ หรือเพิ่มเงินให้ผู้ปกครองใช้จ่ายในส่วนนี้ได้หรือไม่

ด้านนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวตอบกระทู้ว่า ต้องยอมรับว่าปัจจุบันโลกเปลี่ยนไป ความต้องการของนักเรียนและกลุ่มคนเปลี่ยนแปลงไปในเรื่องสิทธิเสรีภาพ ซึ่งต้องรับฟัง โดยกระทรวงศึกษาธิการก็รับฟังเช่นกัน ที่ผ่านมา ได้รับฟังข้อคิดเห็นต่าง ๆ ของกลุ่มนักเรียนเลว ทั้งเรื่องทรงผม การแต่งกาย ตลอดจนการพัฒนาการศึกษาไทย ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ปัญหาภาระของครู โดยกระทรวงได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาหาแนวทางแก้ปัญหาและพิจารณาข้อเรียกร้องต่าง ๆ เหล่านี้ ประกอบด้วย นักวิชาการ นักเรียน ผู้แทนจากกระทรวงศึกษาธิการ ต้องทำอย่างรอบคอบและรอบด้าน ซึ่งคณะกรรมการยก 5 ประเด็นหลักในการแก้ไขปัญหา ได้แก่ ทรงผมและการแต่งกาย การละเมิดหรือการคุกคาม ความรุนแรงและความปลอดภัยในสถานศึกษา กฎระเบียบที่ล้าหลังของสถานศึกษา และการแสดงออกทางการเมืองของนักเรียนในสถานศึกษา ซึ่งบางเรื่องต้องใช้ระยะเวลาในการแก้ไข เช่น กฎระเบียบต่าง ๆ ความรุนแรงและความปลอดภัยในสถานศึกษา เป็นต้น โดยคณะกรรมการได้ตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาพิจารณาและดำเนินการ ส่วนเรื่องที่สามารถแก้ไขได้ในระยะสั้น อย่างทรงผมและการแต่งกาย แต่ทั้งนี้ ต้องพิจารณาว่าจะสามารถปฏิบัติได้จริงหรือไม่ เช่น ทรงผมให้ไว้ยาวได้ แต่ต้องรวบ หรือการแต่งกายด้วยชุดนักเรียน สถานศึกษาต้องกำหนดร่วมกันกับคณะกรรมการสถานศึกษา โดยในทางบริหารพบว่ามีปัญหาด้านการจัดการของสถานศึกษาและครูผู้ปฏิบัติ ซึ่งต้องรับฟังเช่นกัน ดังนั้น เห็นว่า สถานศึกษาควรมีแนวทางใดแนวทางหนึ่งในการหาทางออก เรื่องการแต่งกาย เช่น อนุญาตให้ใส่ชุดไพรเวทเดือนละครั้ง หรือสัปดาห์ละครั้ง ซึ่งเรื่องดังกล่าว ถือเป็นการวางรากฐานการศึกษาไทยในอนาคต จะรีบตัดสินใจเพียงเพราะข้อเรียกร้องจากนักเรียนกลุ่มหนึ่งจึงไม่สามารถทำได้ และคิดว่าสังคมอาจจะยังไม่พร้อม อย่างไรก็ตาม จากผลการทำงานของคณะกรรมการที่ผ่านมาจะสามารถหาแนวทางที่เกี่ยวกับเรื่องทรงผมและการแต่งกายได้แน่นอน ภายในสิ้นเดือนนี้

ส่วนปัญหาเรื่องการคุกคามทางเพศในสถานศึกษา นายณัฏฐพล ยืนยันว่า ไม่ได้นิ่งนอนใจ และมีการตั้งศูนย์คุ้มครองและช่วยเหลือนักเรียนนักศึกษาที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ โดยที่ผ่านมากระทรวงได้ถอนใบประกอบวิชาชีพของครูที่กระทำความผิดไปแล้ว จำนวน 16 คน และมีการถอนใบประกอบวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง โดยจะเน้นการบังคับใช้กฎหมายกับครูผู้กระทำผิดให้มากขึ้น ไม่ยอมความเหมือนในอดีต

ทัดดาว ทองอิ่ม ข่าว / เรียบเรียง