กมธ.คุ้มครองผู้บริโภค สผ. จัดสัมมนาหาทางออกราคาค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่เหมาะสมและเป็นธรรม

     31 มี.ค.64- คณะกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภค สภาผู้แทนราษฎร เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นและผลกระทบของประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการปรับขึ้นราคาค่าโดยสารโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว" หวังระดมความคิดเห็นของผู้บริโภค นักวิชาการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทำข้อเสนอแนะต่อการแก้ไขปัญหาที่เหมาะสมเป็นธรรม

        นายมานะ โลหะวณิชย์ ประธานคณะกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภค สภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานเปิดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง "การรับฟังความคิดเห็นและผลกระทบของประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการปรับขึ้นราคาค่าโดยสารโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว" ณ ห้องสัมมนา 250 คน ชั้น B1 โซนกลาง อาคารรัฐสภา (เกียกกาย) จัดโดย คณะกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภค สภาผู้แทนราษฎร ร่วมกับมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค และสภาองค์กรของผู้บริโภค โดยในเวทีสัมมนามีการอภิปรายเรื่อง ผ่าทางตัน "ราคารถไฟฟ้าที่เหมาะสมเป็นธรรม" มีนายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม ด้านขนส่ง นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ โฆษกคณะกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภคและ นางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสภาองค์กรของผู้บริโภค ร่วมอภิปราย เพื่อสร้างการรับรู้ถึงข้อมูล ความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ในการช่วยผลักตันให้เกิดข้อสรุปเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหา และร่วมกันจัดทำข้อเสนอแนะต่อการกำหนดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าที่เหมาะสมเป็นธรรมอย่างยั่งยืน และสนับสนุนให้เกิดการมีส่วนร่วมยกระดับมาตรฐานและพัฒนาคุณภาพระบบขนส่งมวลชนให้มีความปลอดภัยอย่างยั่งยืน

โดยนายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า กรุงเทพมหานครได้ออกประกาศเพื่อปรับอัตราค่าโดยสารของรถไฟฟ้าสายสีเขียวตลอดสายอยู่ที่ 104 บาท ซึ่งมองว่าเป็นการซ้ำเติมประชาชนในช่วงวิกฤตโควิด-19 จึงได้ให้ทางกรุงเทพมหานคร ชี้แจงที่มาของการคำนวณราคา แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับคำตอบ อย่างไรก็ตามได้มีข้อเสนอแนะในเรื่องดังกล่าวว่าการคิดอัตราค่าโดยสารต้องเปิดเผยที่มา การคิดราคาอย่างโปร่งใสและเชื่อว่าสามารถคิดราคาได้ถูกกว่า 65 บาทตลอดสายและควรกำหนดอัตราค่าโดยสารที่ถูกที่สุดสำหรับประชาชนที่ใช้บริการ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยมาใช้บริการ 
     ทั้งนี้ได้เปิดโอกาสให้ประชาชนที่เข้าร่วมสัมมนาได้แสดงความคิดเห็น ซึ่งส่วนใหญ่ต้องการให้การคิดคำนวณราคาค่าโดยสารคำนึงถึงรายได้ของประชาชนเพื่อให้สามารถใช้บริการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานได้อย่างทั่วถึง และราคาที่กำหนดต้องเป็นธรรมแก่ผู้บริโภคด้วย อีกทั้งขอให้พิจารณาชะลอการปรับขึ้นราคาค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียวไว้ก่อน จนกว่าจะได้ข้อสรุปร่วมกันทุกฝ่าย

      อย่างไรก็ตามคณะกรรมาธิการการคุ้มครองผู้บริโภค มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค
และสภาองค์กรของผู้บริโภค ได้ให้ความสำคัญกับการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของ
ประชาชน รวมทั้งกระบวนการที่ให้ประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมพูดคุย
ปรึกษาหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ตลอดจนตระหนักถึงหน้าที่ของรัฐในการ
จัดให้มีสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานอันจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของประชาชน และปัญหา
ความเดือดร้อนของผู้บริโภคจากการกำหนดราคาค่าโดยสารโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ที่จะนำไปสู่ความเหลื่อมล้ำด้านราคาค่าโดยสารที่ไม่เป็นธรรมของผู้บริโภค ซึ่งเมื่อ
เปรียบเทียบราคาค่าโดยสารกับรายได้ขั้นต่ำจะเป็นการสร้างภาระแก่ประชาชนเกิน
สมควรจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น จึงได้กลายเป็นประเด็นทางสังคมและอยู่ในความสนใจ
ของผู้บริโภคจำนวนมาก ถึงหลักการคำนวณต้นทุน ผลกำไร และรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง
ในการกำหนดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าของกรุงเทพมหานคร


รุจาภา โพธินาม/ข่าว
วิจิตรา น้าวัฒนไพบูลย์ /เรียบเรียง