สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา จัดกิจกรรมพบผู้ฟังและผู้ชม ตอน “เรียนรู้ ปรับตัว และสร้างโอกาสในภาวะโควิด-19” ด้านสมาชิกรัฐสภา แนะภาครัฐควรสนับสนุนเกษตรกร พัฒนาผลิตภัณฑ์จากฟ้าทะลายโจร หวังเพิ่มรายได้ให้เศรษฐกิจฐานรากเข้มแข็ง

31 ก.ค.64- สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภาจัดกิจกรรมพบผู้ฟังและผู้ชม ของวิทยุรัฐสภา ตอน “เรียนรู้ ปรับตัวและสร้างโอกาสในภาวะโควิด-19” ด้านสมาชิกรัฐสภา แนะภาครัฐควรสนับสนุนเกษตรกรพัฒนาผลิตภัณฑ์จากฟ้าทะลายโจร หวังเพิ่มรายได้ให้เศรษฐกิจฐานรากเข้มแข็ง ขณะที่นายกแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยชี้ภาครัฐควรเร่งฉีดวัคซีนให้บุคลากรสาธารณสุขด่านหน้าและประชาชนในพื้นที่เสี่ยงให้ครอบคลุมจะช่วยลดระยะเวลาล็อคดาวน์ได้

      นางสุพรรณี  ชีวะไทยผู้อำนวยการสถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภาพร้อมด้วยผู้บริหารของสถานีฯจัดกิจกรรมเผยแพร่ประชาสัมพันธ์บทบาทภารกิจรัฐสภาและการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนภายใต้กิจกรรมพบผู้ฟังและผู้ชมวิทยุรัฐสภาพบผู้ฟัง ตอน “เรียนรู้ ปรับตัวและสร้างโอกาสในภาวะโควิด-19”ณ ห้องสตูดิโอวิทยุกระจายเสียงรัฐสภา ซอยอารีสัมพันธ์ กรุงเทพมหานครโดยมีการถ่ายทอดสดผ่านทางทางสถานีวิทยุกระจายเสียงรัฐสภาระบบ FM 87.5 Mhz พร้อมด้วย 14 เครือข่ายส่วนภูมิภาคและระบบ AM 1071 Khz รวมทั้งช่องทาง FacebookLive “วิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา” โดยมีกิจกรรมเปิดสายให้ประชาชนพูดคุยกับวิทยากรอาทิ ผศ.นพ.เฉลิมชัย  บุญยะลีพรรณสมาชิกวุฒิสภา และรองประธานกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา ศ.เกียรติคุณ นพ.อมรลีลารัศมี นายกแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย และ ศ.ดร. กนก วงษ์ตระหง่านรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

      ผศ.นพ.เฉลิมชัย กล่าวถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19ว่า ยังน่าเป็นห่วง และส่วนตัวเชื่อว่าหากรวมตัวเลขของประชาชนที่มีการตรวจเชื้อด้วยตนเองแล้วสัปดาห์หน้า ยอดผู้ติดเชื้ออาจจะเพิ่มสูงขึ้นเป็นเท่าตัว ส่วนการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19สลับชนิดกันนั้น เป็นเรื่องที่ทางการแพทย์ได้เคยทำมาก่อนแล้วในช่วงที่วัคซีนขาดแคลนแต่ทางองค์การอนามัยโลก (WHO) จะต้องรอผลการศึกษาการฉีดวัคซีนสลับชนิดยืนยันจากแต่ละประเทศก่อนจึงจะประกาศรับรองการฉีดวัคซีนสลับชนิดได้ ส่วนการตรวจภูมิคุ้มกันภายหลังจากฉีดวัคซีนนั้นส่วนตัวยังไม่แนะนำ เพราะหากประชาชนตรวจภูมิโดยไม่มีความรู้เพียงพอก็จะไม่สามารถแปลผลได้อย่างถูกต้องและขณะนี้ยังไม่มีผลการศึกษายืนยันว่า ตัวเลขภูมิคุ้มกันเท่าใดจึงจะสามารถป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ได้

      ศ.ดร.กนก กล่าวถึง โอกาสในภาวะวิกฤติโควิด-19 ว่า มาตรการควบคุมโรคได้ส่งผลกระทบต่อประชาชนในทุกมิติทั้งการใช้ชีวิตประจำวันและการประกอบอาชีพ แต่ก็ทำให้เกิดตลาดออนไลน์เพิ่มขึ้น รวมถึงธุรกิจรับส่งอาหาร ซึ่งหากเกษตรกรเห็นโอกาสและปรับรูปแบบการขายสินค้ามาเป็นรูปแบบออนไลน์มากขึ้นก็จะช่วยเพิ่มช่องทางให้สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้น นอกจากนี้ กระแสความนิยมรับประทานสมุนไพรฟ้าทะลายโจรที่ผลการศึกษาพบว่ามีสารที่ช่วยบรรเทาอาการจากการติดเชื้อโควิด-19 ได้ ดังนั้น หากภาครัฐเข้ามาช่วยสนับสนุนเครื่องมือการผลิตให้กับเกษตรกร รวมทั้งส่งเสริมให้มีการวิจัยผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพรในเชิงลึกก็จะสามารถเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพรได้ ก็เป็นโอกาสในการกระจายรายได้ให้กับเกษตรกรและเศรษฐกิจฐานรากเกิดความเข้มแข็ง

      ด้าน ศ.เกียรติคุณ นพ.อมร กล่าวว่าขณะนี้ เชื้อโควิด-19 เข้าสู่ระยะกลายพันธุ์และแพร่ระบาดได้ง่าย ดังนั้นทุกคนต้องปฏิบัติตนเข้าสู่วิถีชีวิตแบบใหม่หลีกเลี่ยงสถานที่รวมกลุ่มคนจำนวนมาก เว้นระยะห่างทางสังคมอย่างเคร่งครัด ส่วนการนำโมเดลการควบคุมการแพร่ระบาดจากจีนมาใช้นั้นโดยเฉพาะการคุมเข้มการเคลื่อนย้ายประชากรการบังคับการสวมหน้ากากอนามัย แม้ว่าจะทำให้ควบคุมการแพร่ระบาดได้แต่ก็ต้องแลกด้วยการสูญเสียทางเศรษฐกิจ ส่วนการฉีดวัคซีนของไทยได้มีการเก็บฐานข้อมูลขนาดใหญ่(Big data) ผ่านระบบหมอพร้อม ที่สามารถนำแพลตฟอร์มดังกล่าวมาใช้กับการฉีดวัคซีนป้องกันการแพร่ระบาดของโรคอื่นๆได้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้รัฐบาลต้องเร่งฉีดวัคซีนในประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่อาศัยอยู่ในพื้นที่สีแดงอย่างเร่งด่วนรวมทั้งบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าก็ต้องรับวัคซีนที่มีประสิทธิภาพสูงโดยเร็ว เพราะยิ่งฉีดวัคซีนได้รวดเร็วและครอบคลุมประชากรมากขึ้นระยะเวลาการล็อคดาวน์ก็จะลดลง

 

ณัฐพล  สงวนทรัพย์  ข่าว/เรียบเรียง