ภายหลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่เข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (นัดพิเศษ) ณ ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล ค่ำวานนี้ (6 เม.ย. 69) โดยเน้นย้ำว่ารัฐบาลชุดนี้ต้องเริ่มทำงานทันที ไม่มีช่วงทดลองงาน ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ผันผวน โดยเฉพาะวิกฤตพลังงานจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบกรอบคำแถลงนโยบายของรัฐบาล ซึ่งประกอบด้วย 5 ด้านหลัก ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ ด้านการต่างประเทศและความมั่นคง ด้านสังคม ด้านภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม และด้านการบริหารภาครัฐและการปฏิรูปกฎหมาย โดยรัฐบาลเตรียมแถลงนโยบายต่อรัฐสภาตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2569 เป็นต้นไป พร้อมกันนี้ รัฐบาลจะปรับรูปแบบการบริหารราชการแผ่นดินสู่ ระบบบูรณาการแบบกลุ่มยุทธศาสตร์ (Cluster) แบ่งการทำงานออกเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่ เศรษฐกิจมหภาคและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต การผลิตและบริการ โครงสร้างพื้นฐานและสิ่งแวดล้อม สังคมและสวัสดิการ และการต่างประเทศและความมั่นคง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขับเคลื่อนนโยบาย
ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรี แถลงมาตรการรับมือวิกฤตพลังงาน โดยระบุว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางซึ่งเป็นแหล่งพลังงานสำคัญของโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติปรับตัวสูงขึ้น และกระทบต่อประเทศไทยที่นำเข้าพลังงานจากภูมิภาคดังกล่าวราวร้อยละ 50 โดยรัฐบาลเตรียมดำเนินมาตรการสำคัญ ได้แก่ การปรับลดงบประมาณภาครัฐเพื่อนำมาใช้ช่วยเหลือประชาชน การปรับโครงสร้างราคาพลังงานทั้งน้ำมันและค่าไฟฟ้าเพื่อลดค่าครองชีพ และการออกมาตรการบรรเทาผลกระทบ เช่น โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจและสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับเกษตรกรและผู้ประกอบการ นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนร่วมมือกันรับมือสถานการณ์ พร้อมระบุว่า รัฐบาลจะยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางในการแก้ไขปัญหา และเชื่อว่าความร่วมมือของคนในชาติจะช่วยให้ประเทศไทยผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้
ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษ ยังมีมติเห็นชอบแต่งตั้งข้าราชการการเมือง 4 ตำแหน่ง ได้แก่ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ และ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ดำรงตำแหน่งปรึกษานายกรัฐมนตรี นางสาวรัชดา ธนาดิเรก ดำรงตำแหน่ง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มีผลตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2569 เป็นต้นไป
ลักขณา เทียกทอง ข่าว/เรียบเรียง