นายอรรถวิชญ์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(สส ) แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ พร้อมด้วย สส.ของพรรค และสมาคมผู้ผลิตเหล็กทรงยาวด้วยเตาอาร์คไฟฟ้า(Electric Arc Furnace - EAF) แถลงข่าวกรณีกรมโรงงานอุตสาหกรรมอนุญาตให้บริษัท ซินเคอหยวน สตีล ผู้ประกอบกิจการผลิตเหล็กเส้นและเหล็กรูปพรรณ กลับมาเปิดดำเนินกิจการได้อีกครั้งตั้งแต่วันที่ 5 มิถุนายน เป็นต้นไป ภายหลังถูกสั่งปิดจากเหตุแผ่นดินไหวและกรณีอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม เมื่อเดือนมีนาคม 2568 ซึ่งมีข้อสังเกตเกี่ยวกับคุณภาพเหล็กที่ใช้ในโครงการ
นายอรรถวิชญ์ กล่าวว่า การอนุญาตให้โรงงานซินเคอหยวนกลับมาเปิดดำเนินการอีกครั้ง สร้างความกังวลต่อประชาชนในประเด็นมาตรฐานและคุณภาพเหล็ก แม้โรงงานจะเคยเกิดเหตุเพลิงไหม้และมีการปรับปรุงระบบความปลอดภัย แต่สาระสำคัญที่ควรได้รับการตรวจสอบคือมาตรฐานกระบวนการผลิตเหล็ก ทั้งนี้ การผลิตเหล็กประเภท IF (Induction Furnace) มีหลักการสำคัญคือคุณภาพของเหล็กจะขึ้นอยู่กับเศษเหล็กที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบ หากใช้เศษเหล็กคุณภาพต่ำ เหล็กที่ผลิตออกมาอาจไม่ได้มาตรฐานตามไปด้วย โดยกระบวนการผลิตจำเป็นต้องมี เตาปรุง เพื่อช่วยควบคุมค่าความสม่ำเสมอทางเคมีและกำจัดส่วนประกอบที่ไม่เหมาะสมออกจากเนื้อเหล็ก อย่างไรก็ตาม ตั้งข้อสังเกตว่า บริษัทซินเคอหยวนไม่มีเตาปรุงในกระบวนการผลิตจริง แม้ในขั้นตอนการขออนุญาตเปิดโรงงานจะมีการระบุว่าจะติดตั้งเตาปรุง ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้ตรวจสอบทุกเตาหลอมอย่างครบถ้วนในช่วงอนุญาตเปิดกิจการ ส่งผลให้มีเหล็กประมาณ 40,000 เส้นออกสู่ตลาด ทั้งที่อาจไม่ได้มาตรฐานตามข้อกำหนด นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตว่า การอนุญาตให้กลับมาเปิดโรงงานครั้งล่าสุด ยังไม่มีการตรวจสอบเตาหลอมอย่างรอบด้านเช่นเดิม จึงถือเป็นประเด็นที่ควรตรวจสอบอย่างจริงจัง พร้อมเรียกร้องว่า แม้จะอนุญาตให้โรงงานกลับมาเปิดดำเนินการได้ แต่ไม่ควรอนุญาตให้จำหน่ายเหล็ก หากยังไม่มีเตาปรุงตามมาตรฐานที่กำหนด และควรกำหนดมาตรฐานเดียวกันกับโรงงานเหล็กทุกแห่งในประเทศอย่างเท่าเทียม
นายอรรถวิชญ์ ยังเสนอให้ภาครัฐทบทวนการอนุญาตใช้เหล็กประเภท IF ในอาคารสูงและโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะ โดยเห็นว่าควรยุติการผลิตเหล็กแบบ IF ในการนำไปใช้กับโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำในอนาคต
อรพรรณ ขันทองคำ ข่าว/เรียบเรียง