9 มิ.ย.69 - เครือข่าย ConForAll ยื่นสภาผู้แทนราษฎร ขอริเริ่มเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน เสนอโมเดล สสร. เลือกตั้ง 100% จำนวน 300 คน ขับเคลื่อนกลไกผ่านหลักคิด “4D” ที่เป็นประชาธิปไตย เตรียมรวบรวมรายชื่อ ต้านกลุ่มผูกขาดอำนาจ

image

         นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง รับการเสนอร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จากนางสาวภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล และนายณัชปกร นามเมือง ตัวแทนเครือข่ายประชาชนร่างรัฐธรรมนูญ (ConForAll) พร้อมรายชื่อผู้ริเริ่มเสนอร่าง เพื่อให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
         นายณัชปกร กล่าวถึงสาระสำคัญของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ว่า มีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ปัญหาผลพวงจากรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 โดยการเสนอเพิ่มหมวด 15/1 ว่าด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งออกแบบกลไกตามหลักคิด “4D” ประกอบด้วย Democracy ความเป็นประชาธิปไตย Diversity and Inclusive ความหลากหลายและความครอบคลุม Deliberate การมีส่วนร่วมแบบร่วมปรึกษาหารืออย่างมีเหตุผล และ Delivery ความมีประสิทธิภาพ สำหรับโครงสร้างสำคัญที่ภาคประชาชนเสนอ คือ ให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) จำนวน 300 คน ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยตรงร้อยเปอร์เซ็นต์ แบ่งเป็นตัวแทนเขตจังหวัด 150 คน เพื่อดูแลพื้นที่ และตัวแทนบัญชีรายชื่อระบบสัดส่วนอีก 150 คน เพื่อเปิดพื้นที่ให้เครือข่ายเชิงประเด็น กลุ่มอาชีพ และกลุ่มความหลากหลายระดับประเทศได้เข้ามามีส่วนร่วม จากนั้น สสร. จะทำหน้าที่กำหนดกรอบนโยบายให้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจำนวน 35 คน (มาจากสมาชิก สสร. 25 คน และเปิดรับผู้เชี่ยวชาญภายนอก 10 คน) ดำเนินการยกร่างกฎหมายภายใต้การกำกับดูแลของ สสร. และเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนอย่างทั่วถึง ก่อนที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะต้องได้รับความเห็นชอบจาก สสร. ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 5 และส่งไปให้ประชาชนตัดสินใจในด่านสุดท้ายผ่านการทำประชามติ พร้อมกันนี้ยังได้ประกาศจุดยืนคัดค้านแนวทางการจัดทำรัฐธรรมนูญของกลุ่มการเมืองที่ผูกขาดอำนาจและปิดกั้นการเลือกตั้ง สสร. ซึ่งการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ เป็นเพียงก้าวแรกของการรวบรวมรายชื่อ ซึ่งทางกลุ่มตั้งเป้าที่จะรวบรวมให้ได้มากที่สุดเกินกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ 50,000 รายชื่อ เพื่อแสดงพลังความต้องการมีส่วนร่วมของประชาชน
            ด้าน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ได้กล่าวชื่นชมภาคประชาชนรวมถึงทุกภาคส่วนที่ให้ความสำคัญและมีความตื่นตัวในกระบวนการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ถือเป็นนิมิตหมายอันดีของบ้านเมืองและเป็นการดำเนินงานตามขั้นตอนปกติที่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของประชาชนผ่านการลงมติประชามติในช่วงที่ผ่านมา โดยหลังจากนี้สภาผู้แทนราษฎรจะดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องของร่างกฎหมายในเบื้องต้น ก่อนจะมอบให้คณะผู้แทนภาคประชาชนนำไปดำเนินภารกิจเชิญชวนและรวบรวมรายชื่อประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้ได้ไม่น้อยกว่า 50,000 รายชื่อ เพื่อส่งกลับมายังรัฐสภาในการตรวจสอบรับรองและบรรจุเข้าสู่วาระการพิจารณาตามกลไกทางนิติบัญญัติต่อไป

อรุณี ตันศักดิ์ดา ข่าว/เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ