รองประธาน กมธ.การเงินฯ สภาผู้แทนราษฎร ห่วงเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติ 450 บาท กระทบภาคท่องเที่ยว

ณัฐ​เดช​ เอียด​ปุ่ม​

22 ก.ย. 2569 15:55 น.16 ครั้ง
แชร์LINE
รองประธาน กมธ.การเงินฯ สภาผู้แทนราษฎร ห่วงเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติ 450 บาท กระทบภาคท่องเที่ยว

22 ก.ย.69 - รองประธาน กมธ.การเงินฯ สภาผู้แทนราษฎร ตั้งข้อสังเกตแนวคิดจัดเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติคนละ 450 บาท หวั่นทำนักท่องเที่ยวลดลง แนะนำรายได้เข้าสู่คลัง ผ่านกระบวนการงบประมาณให้ประชาชนร่วมตรวจสอบ พร้อมเผย กมธ.เตรียมจัดสัมมนาศึกษาผลกระทบจากการลงทุน Data Center วันที่ 25 ก.ย. นี้

นายอนุสรณ์ ธรรมใจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน สภาผู้แทนราษฎร แถลงข่าวถึงข้อสังเกตและข้อเสนอแนะกรณีการจัดเก็บค่าธรรมเนียมเหยียบแผ่นดินจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยระบุว่า คณะกมธ.ได้เชิญผู้แทนกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (กก.) มาชี้แจงข้อมูล หลังมีแนวคิดจัดเก็บค่าธรรมเนียมในอัตรา 450 บาทต่อคน และนำรายได้เข้าสู่กองทุนส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย

นายอนุสรณ์ กล่าวว่า การจัดเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวและกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่อง โดยข้อมูลของกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ประเมินว่า หากมีนักท่องเที่ยวประมาณ 33.2 ล้านคน การเก็บค่าธรรมเนียม 450 บาท อาจทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงประมาณ 66,200 คน และรายได้ท่องเที่ยวลดลงราว 3,100 ล้านบาท อย่างไรก็ตามตนมองว่าผลกระทบอาจสูงกว่าที่ประเมินไว้ โดยอาจทำให้รายได้จากการท่องเที่ยวลดลงประมาณ 5,000–10,000 ล้านบาท หากไม่มีมาตรการรองรับที่เหมาะสม พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าการนำรายได้จากค่าธรรมเนียมเข้าสู่กองทุนนอกงบประมาณ อาจทำให้การกำกับตรวจสอบทำได้ยากกว่าการใช้งบประมาณแผ่นดินตามปกติ นายอนุสรณ์ เสนอว่า หากรัฐบาลตัดสินใจเดินหน้าจัดเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าว ควรนำรายได้เข้าสู่กระทรวงการคลังและบริหารผ่านกระบวนการงบประมาณปกติ เพื่อให้รัฐสภาและประชาชนสามารถตรวจสอบการใช้จ่ายได้อย่างโปร่งใส และมีความยืดหยุ่นในการจัดสรรงบประมาณตามลำดับความสำคัญของประเทศ

นายอนุสรณ์ ยังกล่าวถึงประเด็นศูนย์ข้อมูล (Data Center) ว่าคณะกมธ. เตรียมจัดสัมมนาเรื่อง Data Center อนาคตอุตสาหกรรมภาคการเงินและการลงทุนของไทย ใครได้ ใครเสีย ในวันที่ 25 กันยายนนี้ ณ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อพิจารณาผลกระทบในหลายมิติ ทั้งการคลัง การลงทุน เสถียรภาพระบบการเงิน รวมถึงการใช้ทรัพยากรน้ำและไฟฟ้า นอกจากนี้ ตนยังเสนอให้รัฐบาลวางยุทธศาสตร์และจัดระเบียบการลงทุน Data Center อย่างเหมาะสม เตรียมทรัพยากรมนุษย์และอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เพื่อให้ไทยได้รับประโยชน์จากอุตสาหกรรมใหม่อย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันต้องประเมินผลกระทบต่อโครงสร้างเศรษฐกิจ การใช้ไฟฟ้า การใช้น้ำ รวมถึงความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะกรณีการตั้ง Data Center ในพื้นที่ชุมชนหรือเขตเมืองด้วย

ณัฐเดช เอียดปุ่ม /ข่าว
ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง