นายปะดิธ สังขจาย สส.พระนครศรีอยุธยา พรรคภูมิใจไทย เสนอญัตติด่วนด้วยวาจาต่อสภาผู้แทนราษฎร ขอให้พิจารณาศึกษาแนวทางการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ การรับมือปัญหาน้ำท่วมในภาวะวิกฤติ และมาตรการฟื้นฟูเยียวยาพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน เพื่อให้รัฐบาลรับไปดำเนินการ โดยกล่าวว่าการรับมือน้ำท่วมควรสอดคล้องกับลักษณะของแต่ละพื้นที่ ทั้งน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมขังรอระบาย และน้ำท่วมจากลำน้ำหรือการระบายน้ำจากเขื่อน ซึ่งต้องดำเนินการควบคู่กันทั้งการแจ้งเตือนล่วงหน้าและการเตรียมความพร้อม เพื่อลดความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน สำหรับระบบแจ้งเตือน เสนอให้เชื่อมโยงข้อมูลจากหน่วยงานต่าง ๆ ตั้งแต่การพยากรณ์อากาศ การประเมินพื้นที่เสี่ยง ไปจนถึงการแจ้งเตือนเฉพาะพื้นที่ พร้อมคำแนะนำที่ประชาชนนำไปปฏิบัติได้ เช่น การย้ายรถไปยังพื้นที่สูง และเตรียมอาหารสำหรับ 5-7 วัน
นายปะดิธ ระบุว่าแม้พื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาจะสามารถเตรียมรับมือการระบายน้ำจากเขื่อนได้ล่วงหน้า แต่ปีนี้ปริมาณการระบายน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ประชาชนมีเวลาปรับตัวจำกัด จึงขอให้รัฐบาลนำข้อมูลฝน ระดับน้ำ และแนวโน้มการระบายน้ำมาใช้วางแผนก่อนเกิดเหตุ พร้อมสนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เข้าช่วยเหลือได้ทันต่อสถานการณ์ ขณะที่การสนับสนุนท้องถิ่นควรครอบคลุม 2 แผนหลัก ได้แก่ การเตรียมช่วยเหลือพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากก่อนเข้าสู่ฤดูน้ำ โดยวางแผนรายชุมชน จัดหาเรือให้ยืม และเตรียมสะพานหรือทางเดินชั่วคราว อีกส่วนคือการใช้ข้อมูลพยากรณ์ฝน ระดับน้ำ และศักยภาพการระบายน้ำ เพื่อวางแผนสูบน้ำ พร่องน้ำ และเตรียมเครื่องสูบน้ำล่วงหน้า
นอกจากนี้ ขอให้กำหนดหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนเกี่ยวกับอำนาจดำเนินการและการใช้งบประมาณของท้องถิ่น เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตัดสินใจได้ทันต่อสถานการณ์ โดยประเมินความคุ้มค่าจากข้อมูลความเสี่ยง เหตุผล และความเหมาะสมของมาตรการ
นายปะดิธ กล่าวถึงการแก้ปัญหาระยะยาวว่าโครงการชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย ซึ่งมุ่งลดปริมาณน้ำเหนือที่ไหลลงสู่พื้นที่พระนครศรีอยุธยา โดยเห็นว่าโครงการขนาดใหญ่ต้องใช้เวลาดำเนินการหลายปี ระหว่างนี้รัฐบาลจึงควรเร่งช่วยเหลือและลดความเดือดร้อนของประชาชนควบคู่กันไป
อัญชิสา ก่อกิจฤกษ์ชัย / ข่าว
ลักขณา เทียกทอง / เรียบเรียง
