นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ ประธานกรรมาธิการการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สภาผู้แทนราษฎร แถลงผลการประชุมคณะกรรมาธิการฯ โดยพิจารณาปัญหาการบูรณาการและการสื่อสารของรัฐ พบข้อบกพร่องในการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่ดูแลด้านน้ำและภัยพิบัติ ซึ่งขาดการประสานงานเชิงรุก ส่งผลให้การบริหารจัดการน้ำและการแจ้งเตือนประชาชนเกิดความล่าช้า ขณะที่วิกฤตการบริหารจัดการน้ำ คณะกรรมาธิการฯ ติดตามสถานการณ์การระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ซึ่งปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องสู่ระดับ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที พร้อมตั้งข้อสังเกตต่อการสื่อสารข้อมูลของรัฐบาลที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์จริง ส่งผลให้ประชาชนไม่สามารถเตรียมรับมือได้อย่างทันท่วงที
ส่วนการเยียวยาผู้ประสบภัย ภาครัฐควรมีความชัดเจนและรวดเร็วในการให้ความช่วยเหลือ ทั้งเงินทดรองราชการ งบกลาง และประกันภัยพิบัติแห่งชาติ พร้อมเสนอให้ทบทวนเงื่อนไขและเอกสารรับรองที่มีความยุ่งยากซับซ้อน เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการเยียวยาได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ เรื่องการพัฒนาระบบเตือนภัยแบบ Cell Broadcast ยังพบปัญหาการแจ้งเตือนที่ล่าช้ากว่าเหตุการณ์จริง โดยเสนอให้รัฐบาลปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบและทบทวนเกณฑ์การวัดผล (KPI) โดยเน้นวัดจากความทั่วถึงและประสิทธิภาพของการแจ้งเตือนที่ประชาชนได้รับจริง
ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการฯ มีกำหนดประชุมนัดถัดไปในวันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม 2569 โดยจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กรมอุตุนิยมวิทยา มาหารือร่วมกัน เพื่อสรุปบทเรียนและแนวทางการจัดการสาธารณภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานครต่อไป
ทัดดาว ทองอิ่ม / ข่าว
ลักขณา เทียกทอง / เรียบเรียง
