นายวีรยุทธ สร้อยทอง สมาชิกวุฒิสภา (สว.) อภิปรายให้ข้อสังเกตต่อรายงานการเงินแผ่นดิน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ซึ่งจัดทำตามมาตรา 75 แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 โดยระบุว่า แม้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินจะเห็นว่ารายงานแสดงข้อมูลโดยถูกต้องตามที่ควรในสาระสำคัญ แต่รัฐสภายังต้องตรวจสอบประสิทธิภาพและผลสัมฤทธิ์ของการใช้เงินด้วย
นายวีรยุทธ ตั้งข้อสังเกต 5 ด้าน โดยระบุว่าปีงบประมาณ 2568 รัฐบาลมีรายได้ 2.92 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.46 ขณะที่มีค่าใช้จ่ายรวม 3.69 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.23 ส่งผลให้รายได้ต่ำกว่าค่าใช้จ่ายประมาณ 7.7 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนประมาณร้อยละ 53 จึงเสนอให้รัฐบาลจัดทำแผนปรับสมดุลการคลังระยะ 3-5 ปี ทั้งการเพิ่มรายได้ ลดรายจ่ายซ้ำซ้อน ปิดช่องว่างการจัดเก็บภาษี และทบทวนสิทธิประโยชน์ทางภาษี
นายวีรยุทธ ระบุว่าสำหรับภาระด้านดอกเบี้ยปีงบประมาณ 2568 มีดอกเบี้ยจ่ายประมาณ 2.41 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นเกือบร้อยละ 20 ขณะที่หนี้สาธารณะอยู่ที่ร้อยละ 65.08 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ จึงเสนอให้กระทรวงการคลังเปิดเผยผลการทดสอบความเสี่ยงทางการคลัง รวมถึงผลสัมฤทธิ์และความคุ้มค่าของการใช้เงินกู้
ส่วนการเบิกจ่ายงบประมาณ เห็นว่าต้องประเมินผลลัพธ์ควบคู่กัน เช่น โครงการบริหารจัดการน้ำ แม้เบิกจ่ายครบถ้วน ก็ต้องแสดงให้ได้ว่าประชาชนมีน้ำใช้เพิ่มขึ้นหรือสามารถลดปัญหาน้ำท่วมได้จริงเพียงใด ส่วนการบริหารทรัพย์สินของรัฐ ขอให้กรมธนารักษ์เร่งจัดทำข้อมูลรูปแปลงที่ดินราชพัสดุให้ครบถ้วน พร้อมเสนอให้กระทรวงการคลังเชื่อมโยงข้อมูลการเงิน ภาระผูกพัน และความเสี่ยงทางการคลังในอนาคต โดยไม่บันทึกยอดซ้ำซ้อน เพื่อให้ประชาชนเข้าใจฐานะการเงินของประเทศได้ชัดเจน
นายวีรยุทธ ขอให้รัฐบาลนำข้อสังเกตทั้ง 5 ด้าน ไปกำหนดหน่วยงานรับผิดชอบและกรอบเวลาดำเนินงาน โดยย้ำว่าเงินที่ใช้จ่ายมาจากภาษีประชาชน ขณะที่หนี้สาธารณะเป็นภาระที่คนในอนาคตต้องร่วมรับผิดชอบ
คณรัตน์ ยินดีมิตร / ข่าว
ลักขณา เทียกทอง / เรียบเรียง
