ฝ่ายค้าน ยื่นซักฟอก 18 รัฐมนตรี ตามมาตรา 151

ณัฐพล สงวนทรัพย์

9 ต.ค. 2569 11:39 น.8 ครั้ง
แชร์LINE

พรรคร่วมฝ่ายค้าน ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 18 รัฐมนตรี ชูธงปราบกินรวบประเทศ แฉปมทุจริต สว.-สอบท้องถิ่น-บริหารน้ำท่วมล้มเหลว ด้านประธานสภาฯ ยืนยันยึดข้อบังคับเพื่อบริหารการประชุมให้เรียบร้อย และไม่เอนเอียง

นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร รับยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ตามมาตรา 151 จากพรรคร่วมฝ่ายค้าน นำโดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ทั้งนี้ มีสมาชิกฯ จำนวน 145 คน ร่วมลงชื่อในญัตติ ซึ่งมีจํานวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจํานวนสมาชิกฯ ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร จึงขอเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล


สำหรับรายนามรัฐมนตรีทั้ง 18 คนที่ฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ ประกอบด้วย

1.นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
2.นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
3.นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี
4.นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
5.นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
6.นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี
7.พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
8.นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
9.นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
10.นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
11.พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
12.นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
13.นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
14.นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
15.นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
16.นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
17.นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
18.นายวรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

นายณัฐพงษ์ กล่าวถึงข้อกล่าวหาหลักในการอภิปรายครั้งนี้ว่า ฝ่ายค้านต้องการเปิดแผลและทำลาย "ระบอบสีน้ำเงิน" ซึ่งกำลังแผ่อิทธิพลและกินรวบประเทศอยู่ในขณะนี้ โดยมองว่าระบอบดังกล่าวถือเป็นศัตรูและเป็นอาชญากรรมต่อระบอบประชาธิปไตยอย่างชัดเจน โดยระบอบสีน้ำเงินไม่ได้ใช้อำนาจเฉพาะในสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น แต่ยังขยายอิทธิพลครอบงำไปถึงสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ตลอดจนกลไกการถ่วงดุลและตรวจสอบต่างๆ เช่น องค์กรอิสระ ซึ่งถือเป็นการบ่อนทำลายโครงสร้างประชาธิปไตยอย่างร้ายแรง


ผู้นำฝ่ายค้านฯ กล่าวทิ้งท้ายว่า สำหรับเนื้อหาที่จะใช้อภิปรายไม่ไว้วางใจจะครอบคลุมทุกมิติความผิดพลาดและการทุจริต ไม่ว่าจะเป็นกรณีข้อสงสัยเกี่ยวกับการฮั้วเลือก สว., การทุจริตในการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น, ตลอดจนความล้มเหลวในการบริหารจัดการวิกฤตความเดือดร้อนของประชาชน โดยเฉพาะการรับมือและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติน้ำท่วม ซึ่งทั้งหมดล้วนถูกบรรจุไว้ในกรอบการซักฟอกครั้งนี้อย่างเข้มข้น

ด้านประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า กรอบเวลาคือ 14 วัน แต่เบื้องต้นได้คุยกับผู้นำฝ่ายค้านแล้วว่าอยากจะได้ปลายเดือนตุลาคม ดังนั้น สุดแล้วแต่ขั้นตอน โดยขั้นตอนการตรวจสอบญัตติตนจะทำให้เร็วที่สุดเพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรียื่นวันกลับมา ซึ่งหากทุกฝ่ายไม่ติด จะเป็นช่วงปลายเดือนตุลาคม ส่วนเรื่องใดที่เห็นว่า อยู่ในกรอบอำนาจหน้าที่ของผู้ถูกอภิปรายก็สามารถพูดในการอภิปรายได้

ประธานสภาผู้แทนราษฎ กล่าวด้วยว่า คนที่ทำหน้าที่ประธาน สิ่งสำคัญที่สุดคือยึดข้อบังคับเพื่อบริหารการประชุมให้เรียบร้อย หากประธานไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับ การควบคุมของประธานจะลำบาก ดังนั้นผมจึงต้องยึดตามข้อบังคับอย่างเคร่งครัด ไม่ว่าฝ่ายตอบ ฝ่ายถาม รัฐบาล หรือฝ่ายค้าน ต้องเป็นไปตามข้อบังคับ ไม่เอนเอียง