นายศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์กรณีนางสาวรักชนก ศรีนอก สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ตั้งข้อสังเกตถึงการที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรเรียกประชุมประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญทั้ง 35 คณะ เพื่อหารือขอบเขตอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการ โดยเห็นว่าอาจเป็นการจำกัดกลไกตรวจสอบรัฐบาลของฝ่ายค้าน ข้อสังเกตดังกล่าวเชื่อมโยงกับกรณีที่ นายศุภชัย เคยมีหนังสือทักท้วงการปฏิบัติหน้าที่ของ นายรังสิมันต์ โรม สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน กรณีบรรจุวาระเชิญนางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย เข้าให้ข้อมูล โดย นายศุภชัย ในฐานะรองประธานกรรมาธิการ เห็นว่าการดำเนินการดังกล่าวไม่ได้ผ่านมติของคณะกรรมาธิการ
นายศุภชัย ชี้แจงว่าได้ยื่นหนังสือถึงประธานสภาผู้แทนราษฎรตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม 2569 เพื่อขอให้พิจารณาวางแนวทางเกี่ยวกับขอบเขตอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการ และลดความซ้ำซ้อนในการทำงาน จึงยืนยันว่าหนังสือดังกล่าวดำเนินการมาก่อนกรณีการเชิญนางสาวสุชาดาเข้าให้ข้อมูล และไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อขัดขวางการตรวจสอบเรื่องดังกล่าว ทั้งนี้ ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้ชี้แจงภายหลังการประชุมว่าการหารือมีเป้าหมายเพื่อให้คณะกรรมาธิการแต่ละคณะปฏิบัติหน้าที่ตามขอบเขตที่รัฐธรรมนูญและข้อบังคับกำหนด พร้อมหลีกเลี่ยงการทำงานซ้ำซ้อน โดยฝ่ายกฎหมายจะจัดทำหนังสือแจ้งแนวทางปฏิบัติแก่คณะกรรมาธิการต่อไป
ส่วนกรณีข้อความที่นางสาวรักชนก เผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊ก นายศุภชัย ระบุว่าได้มอบอำนาจให้ทนายความดำเนินการตามกฎหมายแล้ว และจะพิจารณาดำเนินการกับสื่อบางแห่งที่นายศุภชัยเห็นว่านำเสนอหรือเผยแพร่ข้อมูลคลาดเคลื่อนด้วย นอกจากนี้ นายศุภชัย กล่าวว่า ได้ยื่นเรื่องขอให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของ นายรังสิมันต์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ ว่าเข้าข่ายขัดต่อข้อบังคับ กฎหมาย หรือมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่ โดยเรื่องดังกล่าวยังต้องเป็นไปตามกระบวนการพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
อรพรรณ ขันทองคำ /ข่าว
ลักขณา เทียกทอง /เรียบเรียง
