10 ก.พ. 68 - กมธ.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม - กมธ.การกฎหมายและการยุติธรรม วุฒิสภา ลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ร่วมกับชุดพยัคฆ์ไพร สืบข้อเท็จจริงกรณีกลุ่มนายทุนจีนบุกรุกทำสวนทุเรียน

image

              นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา พร้อมด้วยนายกิติศักดิ์ หมื่นศรี รองประธาน กมธ.การกฎหมายและการยุติธรรม วุฒิสภา นายจำลอง อนันตสุข เลขานุการ กมธ.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา รองเลขานุการ กมธ.ติดตามการบริหารงบประมาณ วุฒิสภา สมาชิกวุฒิสภา (สว.) จังหวัดจันทบุรี นายชาญชัย กิจศักดาภาพ หัวหน้าชุดหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร) กรมป่าไม้ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของจังหวัดจันทบุรี ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีกลุ่มทุนจีนบุกรุกป่าทำสวนทุเรียนในท้องที่อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี

         ทั้งนี้สืบเนื่องจากชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ พบว่าตั้งแต่ปลายปี พ.ศ 2567 ต่อเนื่องมาจนถึงต้นปี พ.ศ 2568 ได้รับเรื่องร้องเรียนขอให้ตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมาย กรณีการบุกรุก ยึดถือครอบครอง เข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าไม้โดยไม่ได้รับอนุญาตมาอย่างต่อเนื่อง และจากการที่ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ดำเนินการตรวจสอบในหลายพื้นที่ พบว่าบางส่วนมีการอ้างเอกสารสิทธิในที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดิน บางส่วนอ้างหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ ของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ซึ่งจะต้องทำการตรวจสอบอย่างรอบคอบ รัดกุม เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วนถูกต้องมาใช้ประกอบการพิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย และในส่วนที่พบการกระทำผิดกฎหมาย และได้มีการดำเนินคดีไปแล้ว จำนวนหลายคดี เป็นคดีในพื้นที่ป่าไม้ ที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมป่าไม้ รวมทั้งพื้นที่ที่มีการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน ตามนโยบายของรัฐบาลในรูปแบบแปลงรวม หรือ นโยบาย คทช. ซึ่งจากการตรวจสอบและการสืบสวน พบว่ามีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับนักการเมือง และอดีตนักการเมืองท้องถิ่น รวมทั้งกลุ่มทุนทั้งในและต่างประเทศ ที่ต้องการมากวาดซื้อที่ดินทำเลสวย เหมาะต่อการปลูกพืชเกษตรเชิงเดี่ยว โดยเฉพาะการทำสวนทุเรียนจำนวนมากและค่อนข้างมีเนื้อที่เป็นแปลงขนาดใหญ่ ซึ่งมีคดีรายใหญ่พื้นที่นับพันไร่ที่น่าสนใจมาจากกลุ่มทุนจีนร่วมกับคนไทย ทั้งนี้จะประสาน กมธ.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกมธ.การยุติธรรมและการกฎหมาย วุฒิสภา ได้พิจารณาติดตามการดำเนินการทางกระบวนการยุติธรรมที่ต่อเนื่องภายหลังจากที่ได้มีการแจ้งความกล่าวโทษไปแล้ว จำนวน 2 คดีประกอบด้วย คดีตรวจยึดพื้นที่ เนื้อที่ 105 ไร่ 3 งาน 40 ตารางวา ซึ่งอยู่ภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าขุนซ่อง บ้านเขาฆ้อง หมู่ที่ 5 ตำบลพวา อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี และคดีการตรวจยึดพื้นที่ เนื้อที่ 1,848 ไร่ 3 งาน 4 ตารางวา ซึ่งอยู่ภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าจันทร์ตาแป๊ะ และป่าเขาวังแจง เนื้อที่ 1,785 ไร่ 3 งาน 30 ตารางวา และอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าขุนซ่อง เนื้อที่ 62 ไร่ 3 งาน 74 ตารางวา บ้านสุขใจ หมู่ที่ 7 ตำบลขุนซ่อง อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี และบ้านชำตาเรือง หมู่ที่ 7 ตำบลคลองพลู อำเภอเขาคิชฌกูฏจังหวัดจันทบุรี

         นายชีวะภาพ เปิดเผยว่าจากการขยายผลการตรวจสอบพบว่าขบวนการกลุ่มบุคคลดังกล่าวที่เกี่ยวข้องกับการบุกรุกยึดถือครอบครองที่ดินในเขตป่าแบบผิดกฎหมายประกอบด้วย กลุ่มข้าราชการตำรวจในพื้นที่ และบางแปลงคดีมีกลุ่มนายทุนชาวจีนมีส่วนสนับสนุนด้วย โดยเมื่อวันที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมามีการตรวจยึดคดีแปลงใหญ่พื้นที่เกือบ 1,800 ไร่ ในพื้นที่อำเภอแก่งหางแมว และ อำเภอเขาเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี มีเบาะแสว่าเป็นของกลุ่มทุนจีนและคนไทยต้องการพื้นที่ไปทำสวนทุเรียน แบบแปลงใหญ่ซึ่งกรณีแบบนี้น่ากังวล และกมธ.ที่เกี่ยวข้องจะรับเรื่องดังกล่าวไว้เป็นกรณีศึกษา โดยในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ของรัฐโดยเฉพาะที่มีการระบุว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่นั้น กมธ.การกฎหมายและยุติธรรม วุฒิสภา จะรับไปศึกษาข้อเท็จจริงรวมถึงการติดตามเรื่องดังกล่าวต่อไป

 

ณัฐเดช เอียดปุ่ม /ข่าว/เรียบเรียง 

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก สำนักประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ