29 ก.ย.68- ผู้นำฝ่ายค้านฯ ชี้การเมืองและรัฐประหารฉุดรั้งอนาคตประเทศ จี้รัฐบาลอนุทินฯ “ยกเครื่องใหม่” ด้วยการเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญก่อนยุบสภา และผลักดันร่างกฎหมายเพื่อประชาชน ยืนยันพร้อมตรวจสอบฝ่ายบริหารเข้มข้น ป้องกันการใช้อำนาจโดยมิชอบ การแต่งตั้งบุคคลที่ไม่เหมาะสม ย้ำห้ามแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะคดีเขากระโดง และฮั้วเลือก สว.

image

        นายณัฐพงษ์  เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวอภิปรายในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาในวาระคณะรัฐมนตรี (ครม.) แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามมาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ว่า ตนขอเชิญชวนให้สมาชิกรัฐสภาระลึกถึงประสบการณ์การเลือกตั้งครั้งแรกในชีวิต และชี้ให้เห็นว่า ไม่ว่าจะเป็นคนรุ่นใดในประวัติศาสตร์ชาติไทย ก็ไม่เคยมีคนรุ่นใดที่ตั้งแต่เกิดจนมีสิทธิเลือกตั้ง จะไม่เคยผ่านเหตุการณ์รัฐประหาร สะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยไม่เคยมีเสถียรภาพทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยเลยแม้แต่ยุคเดียว

        ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวย้ำว่า สภาวะเช่นนี้ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยเดินช้ากว่าโลก เพราะถูกการเมืองฉุดรั้ง จากข้อมูลผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (Gross Domestic Product: GDP) ของไทยเทียบกับค่าเฉลี่ยของโลกและประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนามในช่วง 19 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่ปี 2549 บ่งชี้ว่า ไทยเดินช้ากว่าโลกและประเทศเพื่อนบ้าน เห็นได้จากเศรษฐกิจโลกเติบโตเฉลี่ย 3% ต่อปี แต่เศรษฐกิจไทยไม่เคยฟื้นตัวกลับไปยืนบนเส้นค่าเฉลี่ยโลกได้เลย โดยเฉพาะช่วงวิกฤตโควิดปี 2563 เศรษฐกิจโลกหดตัว 2.8% แต่ไทยกลับหดตัวรุนแรงถึง 6.05% และในปี 2564 ขณะที่โลกฟื้นตัว 6.4% ไทยกลับฟื้นตัวได้เพียง 1.55% ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าโครงสร้างเศรษฐกิจไทยกำลังอ่อนแอ อุตสาหกรรมล้าหลัง และไม่สามารถเติบโตได้ด้วยตัวเองหากปราศจากปัจจัยบวกจากภายนอก

        นายณัฐพงษ์ กล่าวด้วยว่า ปัญหาทุจริตฝังรากลึก และดัชนีคอร์รัปชันของไทยตกลงอย่างต่อเนื่อง จาก 37 คะแนนในปี 2555 เหลือเพียง 34 คะแนนในปี 2566 ซึ่งต่ำที่สุดในรอบ 12 ปี และอยู่ในอันดับที่ 107 จาก 180 ประเทศทั่วโลก ทั้งนี้ ส่วนตัวมองว่าเป็นเพราะกลไกองค์กรอิสระถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองมากกว่าการตรวจสอบการทุจริตอย่างแท้จริง สะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวทางการเมืองและเศรษฐกิจได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในทุกระดับ โดยเฉพาะเกษตรกรไทยที่ต้องเผชิญปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ ปุ๋ยแพง หนี้สินท่วมหัว และต้องพึ่งพาหนี้นอกระบบ เช่นเดียวกับคุณภาพชีวิตคนไทยทุกคนต้องทนกับปัญหาฝุ่น PM 2.5 เหมือนตายผ่อนส่ง แต่กฎหมายอากาศสะอาดยังล่าช้า ปัญหาน้ำท่วม-ไฟป่ายังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นระบบ ขณะที่ความเหลื่อมล้ำระหว่างเมืองหลวงและต่างจังหวัด แม้เวลาจะผ่านไป 64 ปีแล้วนับตั้งแต่แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2504) แต่หลายพื้นที่ยังคงประสบผปัญหาน้ำไม่ไหล ไฟไม่สว่าง ทางไม่สะดวก ส่วนการศึกษาของเด็กไทยกลับถดถอย คะแนน PISA ของเด็กไทยตกลงต่อเนื่อง อยู่อันดับ 5 ในอาเซียน เป็นรองทั้งสิงคโปร์ เวียดนาม บรูไน และมาเลเซีย ระบบการศึกษาไม่สามารถสร้างทักษะที่จำเป็นต่อการแข่งขันในโลกอนาคตได้

        ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวด้วยว่า หากเศรษฐกิจโลกเป็นรถยนต์ที่วิ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็ว แต่เศรษฐกิจไทยกลับวิ่งช้าตามไม่ทัน เพราะเครื่องยนต์หรือระบบการเมืองภายในกำลังฉุดรั้งเอาไว้ ดังนั้น ถึงเวลาแล้วที่ต้องยกเครื่องยนต์คันนี้ใหม่ โดยเริ่มต้นจากการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ยึดโยงกับประชาชนมากที่สุด เพื่อที่จะนำไปสู่รัฐบาลที่มีประสิทธิภาพและชอบธรรม คณะรัฐมนตรี มาจากผู้มีความสามารถ ไม่ใช่การจัดสรรโควต้า สามารถปฏิรูปโครงสร้างและกำหนดยุทธศาสตร์ชาติที่ยืดหยุ่นได้จริง ไม่ได้ถูกล็อกด้วยยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตลอดจนเกิดการลงทุนที่ตรงจุด เลือกส่งเสริมอุตสาหกรรมแห่งอนาคต สร้างงานคุณภาพ และยกระดับมูลค่าสินค้าไทยในทุกห่วงโซ่อุปทาน และมีระบบตรวจสอบถ่วงดุลที่เป็นอิสระ ทำหน้าที่ปกป้องเงินภาษีของประชาชน ไม่ใช่เครื่องมือทำลายล้างทางการเมือง

        นายณัฐพงษ์ กล่าวถึงเหตุผลที่พรรคประชาชนยอมโหวตให้นายอนุทิน  ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ว่า การตัดสินใจดังกล่าวเพื่อเปิดประตูสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยพรรคจะทำหน้าที่ฝ่ายค้านเสียงข้างมากในช่วง 4 เดือนข้างหน้าเพื่อผลักดัน 4 ภารกิจสำคัญก่อนการยุบสภา ได้แก่ 1. การเปิดประตูสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญหมวด 15/1 ให้แล้วเสร็จ เพื่อให้มีผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญที่ยึดโยงกับประชาชนมากที่สุด 2. ผลักดันกฎหมายเพื่อประชาชน โดยเฉพาะร่างกฎหมายสำคัญที่ค้างอยู่ เช่น ร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด หลังจากที่ก่อนหน้านี้สภาผู้แทนราษฎร สามารถผ่านกฎหมายไปได้แล้ว 11 ฉบับในเวลาไม่ถึงเดือน 3.  การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้ประชาชน โดยเรียกร้องให้รัฐบาลใหม่เร่งแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต และอาชญากรรมข้ามชาติ และ 4. การตรวจสอบรัฐบาลอย่างเข้มข้น ป้องกันการใช้อำนาจโดยมิชอบ การแต่งตั้งบุคคลที่ไม่เหมาะสม และไม่ให้มีการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมในคดีต่างๆ เช่น คดีเขากระโดง หรือการฮั้วสมาชิกวุฒิสภา (สว.)

         ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวย้ำว่า การทำหน้าที่ทั้งหมดนี้ก็เพื่อสร้างอนาคตใหม่ให้ลูกหลานไทยได้เป็นคนรุ่นแรกที่เติบโตขึ้นมาในระบอบประชาธิปไตยที่ปราศจากการรัฐประหาร พร้อมฝากไปถึงนายกรัฐมนตรีคนใหม่ให้เคารพข้อตกลงที่ทำไว้ เคารพกระบวนการยุติธรรม และเคารพประชาชนเจ้าของอำนาจสูงสุดของประเทศ

 

ณัฐพล  สงวนทรัพย์  ข่าว/เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ