นายภัณฑิล น่วมเจิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน พร้อมคณะ ร่วมแถลงข่าวเสนอแนวทางการปรับปรุงพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. 2509 เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทสังคมและเศรษฐกิจในปัจจุบัน โดยเน้นความโปร่งใส เป็นธรรมต่อทุกฝ่าย และกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการกำกับดูแล
โดย นายภัณฑิล กล่าวว่า กฎหมายสถานบริการฉบับเดิมมีอายุยาวนานกว่า 50 ปี เต็มไปด้วยช่องว่างและถ้อยคำที่ล้าสมัย ไม่สอดคล้องกับรูปแบบธุรกิจในปัจจุบัน อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้มีการตีความโดยมิชอบและการเรียกรับผลประโยชน์จากเจ้าหน้าที่รัฐ จึงจำเป็นต้องปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัย เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถขออนุญาตดำเนินกิจการได้อย่างถูกต้อง รายได้เข้าสู่รัฐ และลดปัญหาการเก็บส่วย เนื่องจากปัญหาสถานบริการในปัจจุบันมีหลายด้าน ทั้งผลกระทบต่อชุมชน อาทิ เสียงดัง ยาเสพติด เมาแล้วขับ และอาชญากรรม รวมถึงปัญหาด้านความปลอดภัยของอาคารและเหตุเพลิงไหม้ นอกจากนี้ยังมีข้อร้องเรียนจำนวนมากเกี่ยวกับการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ และปัญหาโซนนิ่งที่จำกัด อย่างเช่น ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีเพียงไม่กี่พื้นที่ที่สามารถเปิดได้อย่างถูกต้อง ได้แก่ ถนนอาร์ซีเอ พัฒน์พงศ์ ทองหล่อ–เอกมัย และถนนข้าวสาร ซึ่งทำให้สถานบริการกว่า ร้อยละ 80–90เปิดโดยไม่มีใบอนุญาต
สำหรับร่างกฎหมายฉบับใหม่มีสาระสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ การปรับปรุงคำนิยาม “สถานบริการ” ให้ทันสมัย โดยให้รวมถึงสถานที่ที่มีพนักงานบริการ มีดนตรีหรือเสียงดัง และมีการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ขณะเดียวกันจะพิจารณายกเว้นร้านอาหารในพื้นที่ชนบทที่มีลักษณะเฉพาะ อาทิ ร้านลาบหรือร้านยาดอง พร้อมทั้งส่งเสริมการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาทิ นายกเทศมนตรี นายก อบต. ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือ นายกเมืองพัทยา เป็นผู้มีอำนาจอนุญาต ตรวจสอบ และพิจารณาอุทธรณ์สถานบริการในพื้นที่ของตน เพื่อให้การบริหารจัดการสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมในแต่ละพื้นที่ รวมถึงให้รายได้จากค่าธรรมเนียมตกเป็นของท้องถิ่นเพื่อนำไปพัฒนาชุมชนและเพิ่มความปลอดภัยในพื้นที่
นอกจากนี้จะมีการจัดกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากทั้งประชาชนในพื้นที่และผู้ประกอบการ เพื่อให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการกำหนดแนวทางที่เหมาะสม อาทิ การกำหนดเวลาเปิด–ปิด หรือจุดที่อนุญาตให้ตั้งสถานบริการ โดยการแก้ไขกฎหมายครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างความโปร่งใส ลดการทุจริต อำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการ และกระตุ้นเศรษฐกิจโดยไม่ละเลยผลกระทบทางสังคม พร้อมขอเชิญชวนประชาชนร่วมติดตามและให้ความคิดเห็นต่อร่างกฎหมายฉบับนี้ เพื่อให้เป็นกฎหมายที่ตอบโจทย์ยุคสมัยและเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม
อรุณี ตันศักดิ์ดา ข่าว/เรียบเรียง