25 พ.ย.68 - ประธาน กมธ.ร่างแก้ไข รธน. เผยการพิจารณาเป็นไปตามกรอบ กมธ.เตรียมรับฟังผู้แปรญัตติ วันที่ 26 พ.ย. ก่อนสรุปรายงานส่งประธานรัฐสภา ย้ำกังวลเวลา 15 วัน ก่อนวาระสามอาจกระทบโรดแมป หวังเปิดประชุมวิสามัญทัน วันที่ 1 ธ.ค. เพื่อดันร่างให้เสร็จก่อนปีใหม่ พร้อมส่งสัญญาณอย่าให้กระแสยุบสภาหรือเกมการเมืองมาขัดขวาง ชี้ รธน.60 มีปัญหามากจึงถือเป็นโอกาสสำคัญในการปลดล็อก ย้ำต้องไม่จำกัดสิทธิประชาชนด้วยปัญหาทางการเมือง

image

        นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ระบุว่า การพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญยังเดินตามกรอบ โดยการประชุมวันนี้เป็นการจัดเชิงธุรการ และในวันที่ 26 พ.ย. จะเชิญผู้แปรญัตติ ได้แก่ สว. 4 คน และ สส. 2 คน มาชี้แจงประเด็นที่ไม่เห็นด้วย โดยบางส่วนกมธ.ได้ปรับแก้ไปตามข้อเสนอแล้ว เช่น เห็นว่ามาตรา 156 ที่เกี่ยวกับกำหนดการประชุมร่วมรัฐสภาไม่จำเป็นต้องแก้ไข เมื่อพิจารณากฎหมายเสร็จ จะต้องบรรจุร่างรายงาน โดยยังมีคำสงวนของผู้แปรญัตติและกรรมาธิการบางคน เช่น นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ นางรัชนีกร ทองทิพย์ และผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับสูตร 20 หยิบ 1 ซึ่งกมธ.จะพิจารณาร่วมกันช่วงบ่าย 26 พ.ย. หากเสร็จตามกำหนดจะส่งประธานรัฐสภาได้ช้าที่สุดวันที่ 27 พ.ย. และถ้าพิจารณาเสร็จก่อนหน้านั้นก็สามารถส่งรายงานได้ทันที

         นายณัฐวุฒิ ยังกล่าวว่า ตัวแทนของคณะรัฐมนตรีที่อยู่ในกมธ. ส่งเสียงมาว่าไม่จำเป็นต้องรอร่างเสร็จขอเพียงส่งเสียงมา การนำเสนอในคณะรัฐมนตรีเพื่อเปิดประชุมวิสามัญ นอกจากการทำหน้าที่ในฐานะประธานจะต้องติดตามการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ในวันนี้ ว่าจะมีการขอพระราชกฤษฎีกาเปิดสมัยประชุมวิสามัญหรือไม่และจะเปิดตั้งแต่เมื่อไหร่ เท่ากับว่ากรณีของกมธ.งานใกล้เสร็จแล้ว และหากมีการเปิดประชุมสมัยวิสามัญตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.เป็นต้นไป ทางกมธ.ก็พร้อมพิจารณาในสภาต่อไป

         นายณัฐวุฒิ ระบุว่า กมธ.กังวลเรื่องการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญว่าจะทันวาระสามหรือไม่ เพราะต่างจากกฎหมายทั่วไป เมื่อวาระสองเสร็จต้องรอ 15 วันก่อนลงมติวาระสาม หากเปิดประชุมวิสามัญ 1 ธ.ค.วาระสามอาจเกิดวันที่ 16 ธ.ค.เป็นต้นไป แต่ถ้าเปิดวันที่ 8 ธ.ค. การลงมติอาจไปถึงปลายเดือนธันวาคม กมธ.จึงขอโอกาสให้ร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านหลักการเอกฉันท์และประชุมพิจารณากว่า 15–16 ครั้ง ได้ออกผลเป็นรัฐธรรมนูญที่ปลดล็อก แม้จะคำนึงถึงสถานการณ์การเมือง แต่ต้องการผลักดันให้เสร็จก่อนปีใหม่ และหวังว่าจะไม่มีปัจจัยใดมาขัดขวาง โดยย้ำว่าพร้อมรับทุกสถานการณ์เพื่อให้ร่างรัฐธรรมนูญสำเร็จเพื่อประโยชน์ประชาชนสูงสุด

          นายณัฐวุฒิ ยังกล่าวว่า ในที่ประชุมยังเห็นตรงกันให้นำข้อความหมวด 1 และหมวด 2  จากรัฐธรรมนูญปี 2560 มาใส่ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยไม่มีการแก้ไขถ้อยคำ ส่วนจะมีกรรมาธิการคนอื่นเห็นเป็นอย่างไรก็คงจะมีการไปลงมติในที่ประชุมรัฐสภา ส่วนคำถามผู้สื่อข่าวที่ว่าเป็นห่วงสถานการณ์การเมืองหากมีการยุบสภาจะทำให้สิ่งที่เราทำมาสูญเปล่าหรือไม่ ว่าไม่เป็นห่วงเสียทีเดียวก็ไม่ได้ ก่อนหน้านี้กรรธิการเคยพูดคุยเรื่องนี้ในตอนต้นของการประชุมเราควรจะโฟกัสที่เนื้อหามากกว่า จึงมีการวาง สถานการณ์การเมืองไว้ก่อน แต่เชื่อว่าน่าจะไม่มีการยุบสภาก่อนพิจารณาวาระ 2 เสร็จสิ้น ส่วนจะมีการพิจารณาถึง วาระ 3 หรือไม่เนื่องจากมีการรอระยะเวลา 15 วัน นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า แม้จะไม่กังวลมากนักเรื่องการรอ 15 วันก่อนวาระสาม แต่เมื่อเดินมาถึงขั้นนี้ ซึ่งตลอด 8–9 ปีที่ผ่านมา การปลดล็อกแก้รัฐธรรมนูญเป็นเรื่องยาก และรัฐธรรมนูญปี 2560 ก็มีปัญหามาก จึงถือเป็นโอกาสที่ใกล้ที่สุดในการแก้ไข ไม่อยากให้มีอุปสรรคหรือปัญหาการเมืองมาขัดขวาง โดยระยะเวลา 15 วันก่อนลงมติวาระสามอาจถูกใช้เป็นกลไกตรวจสอบรัฐบาล ซึ่งฝ่ายค้านทุกพรรค—including พรรคประชาชนและพรรคเพื่อไทย—กำลังทำอย่างเข้มข้น จึงขอให้รออีกเพียง 15–16 วันก่อนมีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ พร้อมสนับสนุนความเห็นของนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ว่าไม่ควรผูกประเด็นอื่นเข้ากับการแก้รัฐธรรมนูญ เพราะจะสะท้อนว่ารัฐบาลจริงใจหรือไม่ในการเดินหน้าปรับแก้รัฐธรรมนูญ

         นายณัฐวุฒิ ยังกล่าวว่า หากมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจเกิดขึ้นในวันที่ 12 ธ.ค.จริง รัฐบาลเองก็ไม่สามารถยุบสภาได้ในเมื่อในเมื่อยุบสภาไม่ได้ ขอรอให้พิจารณารัฐธรรมนูญให้จบไปพร้อมกันได้หรือไม่ แต่การจะยุบสภาก่อนการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่นั้น ตนไม่สามารถก้าวล่วงการตัดสินใจของรัฐบาลได้ แต่หากเกิดขึ้นจริง สิ่งที่ทำมาทั้งหมดจะค้างอยู่ที่วาระสอง ซึ่งแม้ตามกฎหมายอาจไม่ตกไปทั้งหมดและขึ้นอยู่กับรัฐบาลใหม่ว่าจะหยิบมาพิจารณาต่อหรือไม่ แต่ในทางปฏิบัติก็เท่ากับต้องเริ่มกระบวนการใหม่ โดยไม่รู้ว่าจะมีฉันทามติอย่างไร จึงยอมรับว่ามีความกังวลทั้งในข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และสถานการณ์ทางการเมือง อย่างไรก็ตาม หากยังเดินหน้าต่อได้ในเวลาที่เหลือ ก็ควรเร่งให้เสร็จ นายณัฐวุฒิจึงขอส่งสัญญาณชัดเจนต่อข้อสงสัยว่าทำไมไม่รอให้กมธ.ทำวาระสามให้เสร็จเพื่อนำไปสู่การทำประชามติรอบเดียว เพื่อไม่ให้ประชาชนเสียโอกาสใช้สิทธิ โดยทุกอย่างต้องขึ้นอยู่กับฉันทามติของประชาชนว่าจะเห็นชอบการแก้ไขหรือไม่ และไม่ควรให้ประเด็นทางการเมืองมากำหนดสิทธิของประชาชน

อัญชิสา ก่อกิจฤกษ์ชัย ข่าว/เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ