นางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย หารือถึงความสำคัญของนักทัศนมาตรในการดูแลสายตาและการมองเห็นของประชาชน ผ่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ถึงคณะรัฐมนตรี (ครม.) และกระทรวงสาธารณสุข ว่า เมื่อเดือน พ.ย.63 ตนได้เสนอให้ทัศนมาตรศาสตร์ (Optometry) เป็นหนึ่งในการประกอบโรคศิลปะ เนื่องจากในสถาบันการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยหลายแห่ง ได้เปิดสอนหลักสูตรทัศนมาตรศาสตรบัณฑิต ผลิตบัณฑิตที่มีความรู้เกี่ยวกับการมองเห็น และประกอบอาชีพเป็นนักทัศนมาตรทั้งในโรงพยาบาลภาครัฐและเอกชน ซึ่งขอบเขตการทำงานต่างจากเจ้าหน้าที่วัดสายตาและจักษุแพทย์ และในเดือน มี.ค.64 ตนได้รับหนังสือตอบกลับจากกระทรวงสาธารณสุข ว่า อยู่ระหว่างการจัดทำร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดให้สาขาทัศนมาตรเป็นสาขาประกอบโรคศิลปะ โดยมีการกำหนดนิยาม หลักเกณฑ์ให้ปฏิบัติ การจดแจ้ง วิชาชีพ เพื่อให้การประกอบอาชีพทัศนมาตรเป็นการประกอบโรคศิลปะตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การประกอบโรคศิลปะ พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยมีระบบขึ้นทะเบียนและออกใบอนุญาต ซึ่งเป็นมาตรการในการควบคุมและกำกับดูแลการประกอบอาชีพนักทัศนมาตรอย่างเข้มงวด อันจะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อส่วนรวม
นางสาวเพชรดาว กล่าวเพิ่มเติมว่า ระหว่างรอกระบวนการยกร่างกฎหมายดังกล่าว เมื่อเดือน มี.ค.65 ตนได้จัดงานสัมมนา เรื่อง “การเพิ่มโอกาสการมองเห็นให้เด็กไทยมีสุขภาพสายตาดี” ณ จังหวัดปัตตานี โดยมีโรงเรียนระดับประถมศึกษา เข้าร่วมประมาณ 40 โรงเรียน โดยมีนักทัศนมาตร จิตอาสา ร่วมเป็นวิทยากร ทำให้ครูสามารถตรวจคัดกรองและตรวจวัดการมองเห็นให้กับเด็กนักเรียน และได้ส่งตัวนักเรียนที่มีปัญหาทางสายตาให้กับผู้เชี่ยวชาญได้เพื่อรับการดูแลต่อไป ดังนั้น ตนขอเสนอไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) และกระทรวงสาธารณสุข เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบให้มีนักทัศนมาตรประจำโรงพยาบาลชุมชนทุกแห่งทั่วประเทศ เพื่อให้เด็กนักเรียนสามารถเข้าถึงการบริการได้มากขึ้น ทั้งนี้ เนื่องจากนักทัศนมาตร ถือเป็นอาชีพสำคัญที่ดูแลสายตาและระบบการมองเห็นของมนุษย์ หากไม่มีผู้เชี่ยวชาญเรื่องดังกล่าวในพื้นที่ ก็จะทำให้ส่งผลกระทบต่อดวงตาอันเป็นอวัยวะที่สำคัญของคนไทยได้
ณัฐพล สงวนทรัพย์ ข่าว/เรียบเรียง