27 ก.ย. 66 – ประธานรัฐสภา มอบรางวัลพานแว่นฟ้า ประจำปี 2566 มุ่งหวังให้รัฐสภา เป็นแกนนำขับเคลื่อนงานวรรณกรรมการเมืองเข้าถึงคนรุ่นใหม่ 

image

            นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลพานแว่นฟ้า ประจำปี 2566 รางวัลวรรณกรรมทางการเมือง ที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจัดขึ้น โดยมี นางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานคณะกรรมการรางวัลพานแว่นฟ้า ปี 2566 พร้อมด้วย นางสาวโสมอุษา บูรณะเหตุ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และรองประธานกรรมการรางวัลพานแว่นฟ้า ปี 2566 นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมการรางวัลพานแว่นฟ้า ปี 2566 คณะกรรมการ และผู้ได้รับรางวัล เข้าร่วม ณ อาคารรัฐสภา สำหรับผลงานวรรณกรรมที่ส่งเข้าประกวดในปี 2566 นี้ มีจำนวนทั้งสิ้น 821 ผลงานจำแนกเป็นประเภทเรื่องสั้น 320 ผลงาน และบทกวี 501 ผลงาน โดยรางวัลชนะเลิศ ประเภทเรื่องสั้น ได้แก่ เรื่อง การปรากฏตัวของเงาดำข้างศาลเจ้า โดย ศิรากร คัมคุณ ได้รับโล่รางวัลพานแว่นฟ้า เกียรติบัตร พร้อมเงินรางวัล 60,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศ 2 รางวัล ได้แก่ เรื่อง ฝนพฤษภา โดย รตี รติธรณ เรื่อง พัง พัง โดย ฮีม พารา พิพัฒน์ ได้รับโล่รางวัลพานแว่นฟ้า เกียรติบัตร พร้อมเงินรางวัล 40,000 บาท และรางวัลชมเชย 10 รางวัล ได้รับเกียรติบัตร พร้อมเงินรางวัล 20,000 บาท ส่วนรางวัลชนะเลิศ ประเภทบทกวี ได้แก่ เรื่อง เฮือกสุดท้ายของบทผญา โดย องอาจ สิงห์สุวรรณ ได้รับโล่รางวัลพานแว่นฟ้า เกียรติบัตร พร้อมเงินรางวัล 60,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศ 2 รางวัล ได้แก่ เรื่องไม้แขวนเสื้อ โดย วิฬาร์ วลี เรื่อง อัตตาอวตาร โดย สงกาสังข์ ได้รับโล่รางวัลพานแว่นฟ้า เกียรติบัตร พร้อมเงินรางวัล 40,000 บาท และรางวัลชมเชย 10 รางวัลได้รับเกียรติบัตร พร้อมเงินรางวัล 20,000 บาท

         โอกาสนี้นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวแสดงความยินดีแก่ผู้ได้รับรางวัล พร้อมระบุว่าขอขอบคุณทุกฝ่ายที่มีส่วนในการขับเคลื่อน ผลักดัน ผลงานวรรณกรรมพานแว่นฟ้าตลอดมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน นับว่าเป็นการประกวดวรรณกรรมที่มีมาอย่างยาวนานถึง 22 ปี โดยในปี 2566 นี้ เข้าสู่ทศวรรษที่ 3 หลายเหตุการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นถูกสะท้อนผ่านผลงานวรรณกรรม ซึ่งผลงานที่ได้รับรางวัลในปีนี้ มีเนื้อหาสาระที่หลากหลายทั้งความขัดแย้งของผู้คนต่างช่วงวัย ปัญหาความเท่าเทียมของชุมชนเมืองและชนบท ตลอดจนการแบ่งแยกระหว่างอำนาจขั้วต่าง ๆ แต่มองว่ายังขาดการบอกเล่าเรื่องราวการต่อสู้ทางการเมือง เพื่อถ่ายทอดให้กับคนรุ่นหลังได้ศึกษา อีกทั้งต้องการให้คนรุ่นใหม่ให้ความสนใจวรรณกรรมการเมืองมากยิ่งขึ้น ซึ่งรัฐสภาในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติต้องเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่จะสืบทอดมรดกทางความคิดและวัฒนธรรมเหล่านี้ให้คงอยู่ต่อไป 

 

ณัฐเดช เอียดปุ่ม /ข่าว/เรียบเรียง 

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ