นายประเทือง มนตรี รองประธานกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วุฒิสภา เป็นประธานการประชุมครั้งที่ 20 เพื่อพิจารณางบประมาณของกระทรวงแรงงานและกระทรวงอุตสาหกรรม โดยเน้นความคุ้มค่า ผลสัมฤทธิ์ที่ประชาชนจะได้รับ และการรองรับการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม พร้อมกล่าวว่าทั้ง 2 กระทรวง มีบทบาทเชื่อมโยงโดยตรงต่อเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิต การจัดสรรงบประมาณจึงควรตอบโจทย์การสร้างงาน พัฒนาทักษะ ดูแลสิทธิและสวัสดิการแรงงาน รวมถึงเพิ่มขีดความสามารถของภาคอุตสาหกรรม โดยต้องมีตัวชี้วัดผลสำเร็จที่ชัดเจนและตรวจสอบได้
ในการพิจารณางบประมาณของกระทรวงแรงงาน คณะกรรมาธิการเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยงการทำงานและฐานข้อมูลร่วมกัน เพื่อพัฒนาทักษะแรงงานให้ตรงกับความต้องการของตลาด โดยเฉพาะทักษะด้านเทคโนโลยี ดิจิทัล และอุตสาหกรรมสมัยใหม่ พร้อมเน้นให้โครงการพัฒนาฝีมือแรงงานนำไปสู่การมีงานทำ รายได้ และผลิตภาพแรงงานที่เพิ่มขึ้น สำหรับกระทรวงอุตสาหกรรม คณะกรรมาธิการให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี ให้ปรับตัวต่อเทคโนโลยี รูปแบบการผลิต และการแข่งขันที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ยังเสนอให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำเทคโนโลยีมาใช้ติดตามและตรวจสอบการจัดการกากอุตสาหกรรมกับมลพิษอย่างเป็นระบบ เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และคุณภาพชีวิตของชุมชนโดยรอบ
คณะกรรมาธิการเห็นว่า การพัฒนาแรงงานและภาคอุตสาหกรรมต้องดำเนินควบคู่กัน เพื่อให้การเติบโตทางเศรษฐกิจนำไปสู่การสร้างงานและรายได้ ขณะเดียวกัน ภาคอุตสาหกรรมต้องรับผิดชอบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม
คณรัตน์ ยินดีมิตร / ข่าว
ลักขณา เทียกทอง / เรียบเรียง