29 ส.ค. 68 - หัวหน้าพรรคประชาชน แถลงจุดยืน หลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 3 ให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร สิ้นสุดความเป็นนายกรัฐมนตรีและ ครม. พ้นตำแหน่งทั้งคณะ ย้ำ ปชน. จะไม่ร่วมรัฐบาล แต่จะทำหน้าที่ฝ่ายค้านเต็มรูปแบบ พร้อมเสนอให้นายกฯ คนใหม่ยุบสภาภายใน 4 เดือน จัดการเลือกตั้ง–ประชามติแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อสร้างรัฐบาลที่มีเสถียรภาพและชอบธรรม

image

             นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารพรรค และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ของพรรค แถลงข่าว ภายหลังตุลาการศาลรัฐธรรมนูญออกออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยคำร้องคลิปเสียงสนทนาระหว่าง นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา เป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง เป็นเหตุให้พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) และมาตรา 160 (4)(5) หรือไม่ ตามคำร้องของสมาชิกวุฒิสภา 36 คน ซึ่งผลปรากฏว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 3 เสียง วินิจฉัยให้ความเป็นนายกรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร สิ้นสุดลงเฉพาะตัว นับแต่วันที่ศาลสั่งนายกฯ หยุดปฏิบัติหน้าที่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต้องพ้นตำแหน่งทั้งคณะ โดยนายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ปชน. เห็นมาตั้งแต่ต้นว่า การวินิจฉัยคุณสมบัติผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นเรื่องที่ขาดหลักเกณฑ์ชัดเจน และอาจเปิดช่องให้ผู้มีอำนาจใช้อำเภอใจ แต่เมื่อคำวินิจฉัยมีผลเป็นที่สิ้นสุดแล้ว ประเทศจำเป็นต้องหาทางออกทางการเมืองอย่างเร่งด่วน ปชน. ขอเสนอว่า นายกรัฐมนตรีคนใหม่ต้องมีภารกิจสำคัญคือ ยุบสภาภายใน 4 เดือน หลังแถลงนโยบายต่อรัฐสภา เพื่อจัดการเลือกตั้งทั่วไปใหม่ จัดให้มีประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อนำไปสู่การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่มาจากการเลือกตั้ง ขณะเดียวกันพรรคยืนยันว่าจะ ไม่ร่วมรัฐบาล และทำหน้าที่ฝ่ายค้านเต็มรูปแบบ ไม่มีบุคคลใดของพรรคเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรี

          นายณัฐพงษ์ ย้ำว่าจุดยืนดังกล่าวไม่ใช่การคำนวณความได้เปรียบทางการเมือง แต่เป็นการยืนยันหลักการที่พรรคเคยเรียกร้องตั้งแต่เกิดกรณีคลิปเสียงหลุด โดยมองว่าทางออกที่แท้จริงคือการเลือกตั้งใหม่เพื่อสร้างรัฐบาลที่มีเสถียรภาพและชอบธรรม ในส่วนของการประสานงานทางการเมือง นายณัฐพงษ์ระบุว่า ยังไม่มีพรรคใดตกลงอย่างเป็นทางการ ไม่ว่าจะเป็นนายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย หรือกรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่มีกระแสข่าวจะเข้ามาพูดคุย หากพรรคใดต้องการเสียงสนับสนุนจาก ปชน. ต้องยอมรับเงื่อนไขที่ ปชน. ระบุไว้อย่างชัดเจน

            เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความเสี่ยงที่อาจถูก เบี้ยวสัญญา หาก ปชน.ร่วมรัฐบาลกับพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง นายณัฐพงษ์ตอบว่า ปชน. จะใช้เสียงที่มีทั้งหมดในสภาเพื่อบังคับทิศทางการเมืองให้นำไปสู่การเลือกตั้งใหม่โดยเร็วที่สุด และหากรัฐบาลใดผิดสัญญากับประชาชนอีก ประชาชนย่อมตัดสินในการเลือกตั้งครั้งถัดไป ส่วนประเด็นผลกระทบต่อสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา นายณัฐพงษ์กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของรัฐบาลรักษาการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสื่อสารเพื่อไม่ให้ประเทศเสียเปรียบ และยืนยันว่า ปชน.พร้อมเลือกตั้งได้ทุกเวลา หากเป็นหนทางออกจากวิกฤตการเมืองครั้งนี้

 

ณัฐเดช เอียดปุ่ม /ข่าว /เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ