นายธวัช สุระบาล ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา เป็นประธานการประชุม กมธ. โดยมีวาระพิจารณาปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ โดยเชิญอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร และอธิบดีกรมวิชาการเกษตร เข้าชี้แจงสถานการณ์ โดยกรมส่งเสริมการเกษตร รายงานความคืบหน้าตามบันทึกข้อตกลง (MOU) ตามโครงการแก้ไขปัญหาเพื่อขจัดภัยจากการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ ระยะเร่งด่วน ซึ่งมีการประสานกลุ่มวิสาหกิจชุมชน 10 แห่ง ใน 7 จังหวัด ได้แก่ สมุทรปราการ ชุมพร เพชรบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม ชลบุรี และนนทบุรี ทั้งนี้ กรมประมงได้มอบเงินสนับสนุนประมาณ 250,000 บาท ให้แก่วิสาหกิจชุมชน เพื่อแปรรูปปลาหมอคางดำเป็น “ปลาร้า” จำหน่ายในราคากิโลกรัมละ 30 บาท แต่จากการติดตามผล พบอุปสรรคสำคัญหลายประการ ได้แก่ ลักษณะของปลาหมอคางดำมีเนื้อน้อย ก้างเยอะ และแข็ง ทำให้ต้องใช้เวลาหมักนานกว่าปลาชนิดอื่น อีกทั้งวัตถุดิบ ปลาหมอคางดำที่รับซื้อจากเกษตรกรซึ่งจับส่งให้กรมประมงทำให้ปลามาไม่พร้อมกันมาไม่พร้อมกัน และบางส่วนเริ่มมีกลิ่น นอกจากนี้ ยังมีปัญหาเรื่องราคา เนื่องจากผู้บริโภคยังคุ้นเคยกับปลาพื้นถิ่นที่มีราคาถูกกว่า ประกอบกับความหวาดกลัวคำว่า “Alien species” ทำให้ขาดความเชื่อมั่นและไม่กล้าบริโภค ส่งผลให้ยอดจำหน่ายล่าช้า ส่วน กรมวิชาการเกษตร ได้ชี้แจงเรื่องการนำปลาหมอคางดำไปทำ “ปุ๋ยอินทรีย์เหลว” ว่า หากเกษตรกรผลิตใช้เองสามารถทำได้ทันที แต่หากจะผลิตเพื่อการค้าจะต้องขึ้นทะเบียนและต้องผ่านการตรวจสอบมาตรฐานตาม พ.ร.บ.ปุ๋ย พ.ศ. 2518 ก่อน ทั้งนี้ การประชุมครั้งต่อไป กมธ. เตรียมเชิญผู้แทนจากกรมประมงและกรมปศุสัตว์มาให้ข้อมูลเพิ่มเติมในครั้งต่อไป
นายธวัช กล่าวด้วยว่า ที่ประชุมรับทราบกำหนดการเดินทางศึกษาดูงานด้านการบริหารจัดการน้ำเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง ระหว่างวันที่ 24-26 พ.ย.68 ในพื้นที่จังหวัดลำปาง แพร่ และน่าน นอกจากนี้ ยังมีการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์จากโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน กลุ่มภาคใต้ ตอนล่าง ได้แก่ นราธิวาส ปัตตานี ยะลา ซึ่งครอบคลุมปัญหาด้านการประมง ปัจจัยการผลิตและผลผลิตทางการเกษตร และข้อเสนอแนะด้านการเกษตร
ณัฐพล สงวนทรัพย์ ข่าว/เรียบเรียง