นางประทุม วงศ์สวัสดิ์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) อภิปรายในการประชุมวุฒิสภาเกี่ยวกับการอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งโบราณสถานอย่างมีส่วนร่วมและยั่งยืน โดยระบุว่าปัจจุบันภาพจำของโบราณสถานในสายตาประชาชน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ มักถูกมองว่าเป็นสถานที่เงียบเหงา ขาดความน่าสนใจ ส่งผลให้ไม่ดึงดูดการเข้าถึงหรือการเรียนรู้ อย่างไรก็ตาม โบราณสถานถือเป็นรากฐานของชาติและอัตลักษณ์ที่สะท้อนตัวตนของประเทศ อีกทั้งยังเป็นต้นทุนทางวัฒนธรรมที่สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างมหาศาล แต่ในทางปฏิบัติ หลายพื้นที่ยังขาดการพัฒนาให้เกิดความมีชีวิตชีวา ขณะที่บางแห่งกลับถูกใช้งานเกินศักยภาพจนเสื่อมโทรม
นางประทุม ระบุเพิ่มเติมว่าปัจจุบันโบราณสถานและวัดจำนวนมากถูกใช้เพียงเพื่อการกราบไหว้ ถ่ายภาพ หรือเป็นจุดเช็กอิน โดยยังไม่สามารถสร้างประสบการณ์ หรือมูลค่าเพิ่มให้กับชุมชนได้อย่างแท้จริง ขณะที่หลายประเทศได้นำแนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) มาใช้ โดยเน้นการขายเรื่องราว อัตลักษณ์ และประสบการณ์ควบคู่กับสถานที่ จึงเสนอให้ปรับแนวคิดการบริหารจัดการ โดยเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามามีบทบาทมากขึ้น ผ่านการนำเทคโนโลยี นวัตกรรม และปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยพัฒนาแหล่งโบราณสถานให้ทันสมัยและน่าสนใจ อาทิ การจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรม การท่องเที่ยวกลางคืน หรือการแสดงแสง สี เสียง เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับนักท่องเที่ยว พร้อมกันนี้ เห็นว่าหลายพื้นที่ยังขาดงบประมาณและการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ จึงจำเป็นต้องปรับวิธีคิดและผลักดันแนวทางใหม่ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงและเห็นคุณค่าของโบราณสถานมากขึ้น รวมถึงส่งเสริมการศึกษาประวัติศาสตร์ และสร้างรายได้กลับสู่ชุมชนผ่านสินค้า OTOP และงานหัตถกรรม
นางประทุม กล่าวย้ำว่าศาสนาให้คุณค่าทางจิตใจ ขณะที่โบราณสถานให้รากเหง้าทางประวัติศาสตร์ ซึ่งหากมีการบริหารจัดการที่เหมาะสม จะสามารถต่อยอดเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ พร้อมระบุว่าประเทศไทยไม่ได้ขาดศักยภาพ แต่ยังใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ได้ไม่เต็มที่
ณัฐเดช เอียดปุ่ม ข่าว/เรียบเรียง