30 มี.ค. 69 - สว.ภิญญาพัชญ์ อภิปรายกลางวุฒิสภา ชี้อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยเป็นซอฟต์พาวเวอร์สำคัญ แต่ยังเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งแรงงาน กฎหมายล้าสมัย และการแข่งขันจากแพลตฟอร์มต่างชาติ เสนอจัดตั้งกองทุนและพัฒนา Micro Cinema เพื่อกระจายโอกาสสู่ผู้ผลิตรายย่อย

image

       นางสาวภิญญาพัชญ์  ศันสนียชีวิน สมาชิกวุฒิสภา (สว.) อภิปรายต่อที่ประชุมวุฒิสภา ระหว่างการพิจารณารายงานของ คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม เรื่องมาตรการในการส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย โดยชี้ว่าอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยเป็นซอฟต์พาวเวอร์สำคัญ แต่ยังเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งแรงงาน กฎหมายล้าสมัย และการแข่งขันจากแพลตฟอร์มต่างชาติ และระบุว่าภาพยนตร์ไม่ใช่เพียงความบันเทิง แต่เป็นพลังอำนาจเชิงวัฒนธรรม ที่มีบทบาทสำคัญในโลกยุคใหม่ เช่นเดียวกับความสำเร็จของอุตสาหกรรมบันเทิงจากเกาหลี ฮอลลีวูด และจีน ที่ใช้ซอฟต์พาวเวอร์สร้างอิทธิพลในระดับโลก อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยยังเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้างหลายด้าน โดยเฉพาะคุณภาพชีวิตแรงงานในกองถ่าย ที่ต้องทำงานยาวนานถึง 16 - 18 ชั่วโมงต่อวัน ขาดสวัสดิการและสัญญาจ้างที่เป็นธรรม จึงเสนอให้กำหนดมาตรฐานกลางด้านการจ้างงาน ครอบคลุมชั่วโมงทำงาน การพักผ่อน และความปลอดภัย รวมถึงย้ำถึงความจำเป็นในการดูแลสุขภาพจิตของบุคลากรในอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศ

     นางสาวภิญญาพัชญ์  กล่าวต่อไปว่าในด้านกฎหมาย เห็นว่าพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. 2551 มีความล้าสมัยและเน้นการควบคุมมากกว่าส่งเสริม จึงควรปรับปรุงให้สอดคล้องกับบริบทปัจจุบัน ขณะที่ด้านเศรษฐกิจ ตั้งข้อสังเกตว่าแพลตฟอร์มสตรีมมิงต่างประเทศมีรายได้จากผู้บริโภคชาวไทยจำนวนมาก แต่ยังไม่มีการจัดเก็บภาษีหรือคืนประโยชน์กลับสู่อุตสาหกรรมในประเทศอย่างเหมาะสม จึงเสนอให้ศึกษาการจัดเก็บภาษีเพื่อนำไปจัดตั้งกองทุนสนับสนุนผู้ผลิตไทย โดยเฉพาะรายย่อย นอกจากนี้ ยังสนับสนุนแนวคิดการพัฒนา Micro Cinema หรือโรงภาพยนตร์ขนาดเล็กในชุมชน เพื่อเพิ่มช่องทางให้ภาพยนตร์นอกกระแสเข้าถึงผู้ชม และกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก พร้อมเสนอให้กำหนดระบบค่าตอบแทนจากลิขสิทธิ์ในการเผยแพร่ผลงานซ้ำ เพื่อให้ผู้สร้างสรรค์ได้รับผลตอบแทนอย่างเป็นธรรม และสร้างความมั่นคงในอาชีพในระยะยาว

อัญชิสา ก่อกิจฤกษ์ชัย ข่าว/เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ