11 ธ.ค. 68 – ที่ประชุมรัฐสภามีมติ 436 ต่อ 8 เสียง เห็นชอบตัดเงินประจำตำแหน่ง คณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญตามข้อเสนอเสียงข้างมาก หลัง สว. - สส. หลายฝ่ายตั้งข้อกังวลภาระงบประมาณสูง ขณะประธาน กมธ. ชี้จำเป็นต้องมีค่าตอบแทนสำหรับภารกิจลงพื้นที่ทั่วประเทศ

image

        ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 1 สมัยวิสามัญเป็นพิเศษซึ่งมี นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม ที่ประชุมได้พิจารณา ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ วาระที่สอง เป็นวันที่ 2 เมื่อพิจารณาถึงมาตรา 256/21 ว่าด้วยเงินประจำตำแหน่ง เบี้ยประชุม และประโยชน์ตอบแทนอื่นของคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ นางสาวรัชนีกร ทองทิพย์ สว. ในฐานะกรรมาธิการฯ ผู้สงวนความเห็น อภิปรายว่า ควรยกเลิกเงินประจำตำแหน่ง เหลือเพียงเบี้ยประชุมและผลประโยชน์ตอบแทนตามจริง เพื่อไม่ให้ประชาชนตั้งข้อสงสัยว่า การตั้งกรรมาธิการตามสูตร 20 หยิบ 1 กลายเป็นประโยชน์ตอบแทนทางการเมือง พร้อมเผยข้อมูลว่าเบี้ยประชุมกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญชุดก่อนใช้งบประมาณสูงถึง 800 ล้านบาท และมีการหารือกันในที่ประชุมว่าอาจเพิ่มเบี้ยประชุมจาก 6,000 บาท เป็น 10,000 บาท ซึ่งควรพิจารณาความเหมาะสมอย่างรอบด้าน

        นางสาวรัชนีกร ยังเสนอว่า หาก สส. และ สว. ซึ่งได้รับเงินเดือนจากภาษีประชาชนอยู่แล้ว เข้ามาเป็นกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ อาจช่วยประหยัดงบประมาณได้มากกว่าการแต่งตั้งบุคคลภายนอก พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ในขณะที่งบด้านภัยพิบัติ โรงพยาบาล และกองทัพถูกปรับลด แต่กลับเพิ่มงบจำนวนมากให้กับกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญ

        ด้าน นพ.ทศพร เสรีรักษ์ สส.พรรคเพื่อไทย เห็นพ้องว่าควรลดภาระงบประมาณของแผ่นดิน พร้อมระบุว่าเป็นครั้งแรกที่เห็นด้วยกับการอภิปรายของ นางสาวรัชนีกร

        จากนั้น นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และประธานคณะกรรมาธิการฯ ชี้แจงว่าประเด็นที่ นางสาวรัชนีกรอภิปราย ไม่ตรงกับข้อสงวนความเห็นเดิม พร้อมระบุว่า คณะกรรมาธิการทั้ง 2 ชุดต้องทำงานต่อเนื่องเกือบ 1 ปี โดยเฉพาะคณะกรรมาธิการด้านการรับฟังความเห็น ซึ่งต้องลงพื้นที่ทั่วประเทศ จึงจำเป็นต้องมีค่าตอบแทนเพื่อสนับสนุนการทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ พร้อมย้ำว่ากรรมาธิการเห็นชอบร่วมกันให้ตัดเงินประจำตำแหน่งออกจากร่างเดิม ส่วนเบี้ยประชุมที่ถูกอ้างว่าสูงถึง 10,000 บาท ไม่เคยถูกเสนอในชั้นกรรมาธิการ สำหรับผลประโยชน์อื่น เช่น ค่าเดินทางและค่าพาหนะ จะถูกกำหนดอย่างเหมาะสมในชั้นกฤษฎีกา พร้อมปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าเป็นผลประโยชน์ตอบแทนทางการเมือง

        ท้ายที่สุด ที่ประชุมรัฐสภามีมติเสียงข้างมาก เห็นชอบข้อเสนอของคณะกรรมาธิการด้วยคะแนน 436 เสียง ไม่เห็นชอบ 8 เสียง งดออกเสียง 9 เสียง และไม่ลงคะแนน 3 เสียง

อัญชิสา ก่อกิจฤกษ์ชัย ข่าว/เรียบเรียง
 

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ