2 ม.ค. 69 - สว.พละวัต มองประเทศไทยควรใช้จุดแข็งด้านการผลิตอาหารเป็นเครื่องมือต่อรองภาษีกับสหรัฐฯ พร้อมเสนอปรับโครงสร้างอุตสาหกรรม พัฒนาเทคโนโลยีระดับสูง และยกระดับแรงงาน คาดวุฒิสภาเตรียมเสนอแนะแนวทางต่อรัฐบาลชุดใหม่ที่มาจากการเลือกตั้ง

image

        นายพละวัต ตันศิริ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กล่าวถึงแนวทางการฟื้นฟูเศรษฐกิจของไทยในภาวะเศรษฐกิจโลกผันผวน ว่าปัจจุบันทั่วโลกต้องประสบกับปัญหาเศรฐกิจตกต่ำ ทั้งปัญหาเงินเฟ้อ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงอยู่ในสถานการณ์สงครามชายแดน ดังนั้นสิ่งที่ประเทศไทยจะสามารถนำมาต่อรองเรื่องการขึ้นภาษีของสหรัฐอเมริกาได้คือเรื่องอาหาร เพราะกระทบกับเงินเฟ้อในสหรัฐฯ มากที่สุด และเชื่อว่าจะเป็นกลุ่มสินค้าที่ประเทศไทยจะได้รับการผ่อนปรนเรื่องภาษีเป็นลำดับต้น ๆ โดยจะเห็นได้ว่าขณะนี้สหรัฐฯ เริ่มผ่อนปรนภาษีกับเม็กซิโก และประเทศอื่น ๆ ที่มีจุดแข็งด้านอาหาร ดังนั้น เมื่อประเทศไทยมีฐานเรื่องการผลิตอาหารค่อนข้างดี จึงต้องเตรียมตัวให้พร้อม ส่วนสินค้าอุตสาหกรรมในประเทศไทยจะต้องดูรายละเอียด ว่าสามารถพัฒนาคุณภาพสินค้าที่ผลิตจากประเทศไทยให้มีมาตรฐาน เป็นที่ยอมรับของโลกได้มากขึ้นอย่างไร รวมถึงอุตสาหกรรมที่มีฐานการผลิตในประเทศไทย โดยเฉพาะบริษัทประกอบชิ้นส่วนยานยนต์ที่ใช้ไทยเป็นฐานการผลิต เพื่อจะได้รับอัตราภาษีที่ถูกต้องมีการบริหารจัดการบริษัทเหล่านี้อย่างไร
        นายพละวัต กล่าวต่อไปถึงปัจจัยเสี่ยงสำคัญ เรื่องเศรษฐกิจของประเทศไทยขณะนี้ ว่าคือเรื่องของโครงสร้างอุตสาหกรรมที่มีเทคโนโลยีระดับสูงค่อนข้างน้อย ปัจจุบันประเทศไทยต้องพึ่งพารายได้จากภาคบริการและการท่องเที่ยวเป็นหลัก แต่จำเป็นต้องมีการปรับโครงสร้างเพราะที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวที่เข้ามาท่องเที่ยวและใช้บริการในประเทศไทยส่วนใหญ่มาจากประเทศจีน แต่ขณะนี้นักท่องเที่ยวจีนลดลง ทราบว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีแนวทางที่จะปรับเปลี่ยนโครงสร้างของนักท่องเที่ยวให้มีการกระจายตัวไปยังนักท่องเที่ยวประเทศอื่น ๆ ด้วย นอกจากนี้ ประเทศไทยต้องรับมือกับการเรียนรู้และพัฒนาด้านเทคโนโลยีระดับสูง เพื่อรองรับการแข่งขันด้านเศรษฐกิจในอนาคต ประเด็นนี้ยอมรับว่า ประเทศไทยอาจจะยังไม่ส่งเสริมเรื่องนี้มากพอเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านที่มีประชากรรุ่นใหม่เกิดเป็นจำนวนมากกว่าจึงเข้าใจเทคโนโลยีระดับสูงได้ดี จุดนี้จึงสำคัญต่อประเทศไทยที่จะต้องผลักดันทั้งเรื่องเทคโนโลยีสมัยใหม่ควบคู่กับการพัฒนาทักษะด้านแรงงานแบบดั้งเดิมที่ส่วนมากมักอยู่ตามแนวชายแดนให้เกิดการจ้างงาน สร้างเงินหมุนเวียนในพื้นที่ เพื่อเป็นเครื่องมือพยุงในช่วงเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยี ควบคู่ไปกับการพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีระดับสูงไปพร้อมกันโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
        นายพละวัต กล่าวด้วยว่าขณะนี้อยูในช่วงของรัฐบาลรักษาการอาจจะดำเนินแนวทางที่เสนอแนะนี้ยังไม่ได้ ดังนั้นต้องรอดูรัฐบาลชุดใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งเร็ว ๆ นี้ ซึ่งตนทราบมาว่าอาจจะมีการประชุมวุฒิสภาสมัยวิสามัญเกิดขึ้นเพื่อวุฒิสภาจะมีข้อเสนอแนะที่จะเป็นประโยชน์ต่อการบริหารราชการแผ่นดินไปยังรัฐบาลชุดใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งรับไปดำเนินการเพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติต่อไป

 

ณัฐเดช เอียดปุ่ม ข่าว/เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ