23 ม.ค. 69 – สถาบันพระปกเกล้าเผยผลสำรวจ KPI Poll ครั้งที่ 5 เรื่องเลือกตั้ง 69 ใครเหมาะสมเป็นนายกคนใหม่และนโยบายพรรคการเมืองที่คนไทยให้ความสำคัญ พบประชาชน ร้อยละ 26.2 ยังไม่พบตัวเลือกนายกฯ ที่ใช่ ขณะนโยบายเศรษฐกิจ-คอร์รัปชัน เป็นประเด็นสำคัญที่ทุกช่วงวัยให้ความสำคัญ

image

            สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจ KPI Poll ครั้งที่ 5 เรื่อง เลือกตั้ง 69 ใครเหมาะสมเป็นนายกคนใหม่และนโยบายพรรคการเมืองที่คนไทยให้ความสำคัญ ซึ่งรองศาสตราจารย์ ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ในฐานะประธานศูนย์ KPI Poll มอบนโยบายสำคัญในการทำ KPI Poll ให้เป็นโพลเชิงวิชาการที่ออกแบบมาเพื่อสะท้อนความจริงทางการเมืองด้วยความ เป็นกลาง เป็นจริง เป็นประโยชน์ มีมาตรฐานวิชาการและความแม่นยำ ไม่มุ่งเน้นให้เกิดการชี้นำการเมือง แต่จัดทำเพื่อ ฟังการเมืองจากเสียงของประชาชน โดยให้ข้อมูลจาก KPI Poll เป็นฐานความรู้สำคัญสำหรับนักการเมือง พรรคการเมือง นักวิชาการ และสาธารณชนในการทำความเข้าใจภูมิทัศน์ความรู้สึกและความคาดหวังของประชาชนอย่างรอบด้าน เพื่อทำหน้าที่เป็น คลังสมองทางประชาธิปไตย ของสังคมไทยอย่างแท้จริง

            สำหรับผลสำรวจ KPI Poll ครั้งที่ 5 เรื่อง เลือกตั้ง 69 ใครเหมาะสมเป็นนายกคนใหม่และนโยบายพรรคการเมืองที่คนไทยให้ความสำคัญ ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 8-11 ม.ค. 69 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายตามภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 2,000 ตัวอย่าง โดยมีบทสรุปสำคัญจากผลสำรวจ ดังนี้ คำถามส่วนแรกใครเหมาะสมเป็นนายกรัฐมนตรี คนใหม่ พบว่า ประชาชนร้อยละ 26.2 ระบุว่า ยังไม่มีบุคคลที่เหมาะสมเป็นนายกรัฐมนตรีที่จะแก้ปัญหาได้จริง รองลงมา คือ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ พรรคประชาชน ร้อยละ 18.8 นายอนุทิน ชาญวีรกูล พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 16.9 ศ.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 10.9 และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 10.2 คำถามส่วนที่ 2 นโยบายพรรคการเมืองที่คนไทยให้ความสำคัญ พบว่าภาพรวมทุกวัยให้ความสำคัญกับ นโยบายเศรษฐกิจ เป็นอันดับ 1 ร้อยละ 34.7 รองลงมา คือ การกำจัดคอร์รัปชั่น ร้อยละ 29.5 การแก้ปัญหาธุรกิจผิดกฎหมายและสแกมเมอร์ ร้อยละ 15.9 ความมั่นคงของประเทศ ร้อยละ 11.1 และด้านสวัสดิการและการช่วยเหลือประชาชน ร้อยละ 8.8 

            ทั้งนี้ เมื่อแยกตามช่วงวัย Gen Z ให้ความสำคัญด้านเศรษฐกิจ สูงสุด ร้อยละ36.6 รองลงมาคือ ด้านความมั่นคง ร้อยละ 21.7 สวัสดิการ ร้อยละ 18.3 คอร์รัปชัน ร้อยละ 12.6 สแกมเมอร์ 10.9 ขณะที่ Gen Y ให้ความสำคัญด้านเศรษฐกิจ ร้อยละ 39.9 ความมั่นคง ร้อยละ 20.2 สวัสดิการ ร้อยละ 16.7 คอร์รัปชัน ร้อยละ 13.9 สแกมเมอร์ ร้อยละ 9.2 Gen X ให้ความสำคัญด้านเศรษฐกิจสูงสุด ร้อยละ 40.9 ความมั่นคง ร้อยละ 23 สวัสดิการ ร้อยละ 16.3 คอร์รัปชัน ร้อยละ 13.5 และสแกมเมอร์ ร้อยละ 6.3 ส่วน Baby Boomer ให้ความสำคัญด้านเศรษฐกิจ ร้อยละ 35.2 สวัสดิการ ร้อยละ 24.3 ความมั่นคง ร้อยละ 21.9 คอร์รัปชัน ร้อยละ 12 และสแกมเมอร์ ร้อยละ 6.5

 

อรพรรณ ขันทองคำ ข่าว/เรียบเรียง

สถาบันพระปกเกล้า ข้อมูล/ภาพ

 

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ