27 ม.ค. 69 - กมธ.ศาสนาฯ วุฒิสภา - สถาบันพระปกเกล้า - มหาวิทยาลัยนานาชาติฮันกุก จัดสัมมนาขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์เพื่อประเทศไทย หวังเปลี่ยนทุนวัฒนธรรมไทย เป็นทุนทางเศรษฐกิจ เหมือนเกาหลีใต้

image

          คณะกรรมาธิการการศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม วุฒิสภา ร่วมกับสำนักนวัตกรรมประชาธิปไตยเพื่อความยั่งยืน สถาบันพระปกเกล้า และมหาวิทยาลัยนานาชาติฮันกุก (Hankuk University of Foreign Studies - HUFS) จัดงานสัมมนาเรื่อง "ซอฟต์พาวเวอร์กับการสร้างขีดความสามารถทางสถาบัน: การขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์เพื่อประเทศไทย" ณ ห้องสัมมนา ชั้น B1 อาคารรัฐสภา
          รองศาสตราจารย์ ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า กล่าวเปิดงานว่า จุดประสงค์การจัดสัมมนา เพื่อถอดบทเรียนความสำเร็จรอบด้านจากเกาหลีใต้ โดยเฉพาะการเปลี่ยนต้นทุนวัฒนธรรมให้เป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ ระดับพันล้านบาท ซึ่งจะเป็นทางลัดช่วยให้ไทยประหยัดทรัพยากรในการลองผิดลองถูก และใช้เป็นกรณีศึกษาในการวางยุทธศาสตร์ชาติระยะยาว โดยสถาบันฯ จะรวบรวมองค์ความรู้จัดทำเป็นหนังสือปกขาว 3 ภาษา (ไทย-อังกฤษ-เกาหลี) เพื่อเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการผลักดันทุนวัฒนธรรมให้เป็นทุนทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม
          จากนั้นนางเอมอร ศรีกงพาน ประธานกรรมาธิการฯ กล่าวต้อนรับหน่วยงาน พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของซาวพาวเวอร์ว่า แนวคิดเรื่องซอฟต์พาวเวอร์ในบริบทของสังคมโลกปัจจุบัน กลายเป็นเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ที่ประเทศต่าง ๆ ใช้เสริมสร้างภาพลักษณ์ ความน่าเชื่อถือ และอิทธิพลทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองในเวทีระหว่างประเทศ โดยเฉพาะซอฟต์พาวเวอร์ที่มีฐานราก มาจากศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ซึ่งถือเป็นทุนทางสังคมและอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่สำคัญของไทย
          หากสถาบันมีคุณธรรมที่เข้มแข็ง ไม่ว่าจะเป็นความซื่อสัตย์ ความรับผิดชอบก็จะสามารถลดต้นทุน การควบคุมด้วยกฎหมาย และจะสร้างความไว้วางใจ ซึ่งเป็นหัวใจของการบริหารสังคมสมัยใหม่ ส่วนศิลปะและวัฒนธรรมจะทำให้สถาบันมีตัวตน มีเรื่องเล่าของตนเองและจะเชื่อมโยงผู้คน ข้ามชาติพันธุ์ ศาสนา และรุ่นวัย จะทำให้เกิดพลังร่วมของประชาชนในการรักษาสืบทอดวัฒนธรรมจากรุ่นสู่รุ่นและเพิ่มพลังทางการทูต วัฒนธรรม และภาพลักษณ์ของประเทศไทยในเวทีโลก
          การขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมมีความต่อเนื่องและยั่งยืน จำเป็นต้องดำเนินควบคู่ไปกับการเสริมสร้างขีดความสามารถของสถาบัน ทั้งด้านโครงสร้าง กลไก นโยบาย บุคลากร และการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อให้ซอฟต์พาวเวอร์ไม่ได้เป็นเพียงแนวคิดเชิงนามธรรม แต่สามารถแปรเปลี่ยนเป็นพลังขับเคลื่อนนโยบายและพัฒนาประเทศได้อย่างแท้จริง
          ทั้งนี้ การสัมมนาดังกล่าว มุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนมุมมอง พร้อมถอดบทเรียนการขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ผ่านมิติทางวัฒนธรรม ศาสนา และโครงสร้างเชิงสถาบัน ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาประเทศ โดยหยิบยกประสบการณ์ของสาธารณรัฐเกาหลีที่ประสบความสำเร็จในการสร้างอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ควบคู่กับระบบสนับสนุนเชิงนโยบายและสถาบันที่เข้มแข็ง มาเป็นกรณีศึกษาเปรียบเทียบกับบริบทของประเทศไทย

ทัดดาว ทองอิ่ม ข่าว / เรียบเรียง


ประมวลผลภาพ

วิดีโอ