นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ว่าด้วยการนำผลงานทางวิชาการและผลงานการวิจัยไปใช้ประโยชน์ในกระบวนการนิติบัญญัติ ระหว่างสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา กับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) โดยมีคณะกรรมการวิจัยและพัฒนาของวุฒิสภา ประกอบด้วย นายสุทนต์ กล้าการขาย และนายชิบ จิตนิยม นางปัณณิตา สท้านไตรภพ เลขาธิการวุฒิสภา ศาสตราจารย์ ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ผู้บริหารสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา และผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เข้าร่วมพิธี ณ อาคารรัฐสภา
ประธานวุฒิสภา กล่าวว่า ในสภาพแวดล้อมของโลกยุคปัจจุบัน การกำหนดนโยบายสาธารณะและการตรากฎหมายต้องเผชิญกับความท้าทายที่มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ทั้งในมิติทางเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี การพิจารณากฎหมายโดยอาศัยเพียงประสบการณ์หรือความคิดเห็นเพียงบางส่วนอาจไม่เพียงพอที่จะตอบโจทย์ปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศได้อย่างแท้จริง ดังนั้น การนำองค์ความรู้ทางวิชาการและผลการวิจัยที่เชื่อถือได้มาใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาในกระบวนการนิติบัญญัติจึงเป็นหลักการสำคัญที่สถาบันนิติบัญญัติพึงให้ความสำคัญอย่างยิ่ง ความร่วมมือระหว่างสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา กับ สกสว. ในครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อเชื่อมโยง “องค์ความรู้” เข้ากับ “การตัดสินใจเชิงนโยบาย” อย่างเป็นระบบ สร้างกลไกในการแลกเปลี่ยนข้อมูล งานวิจัย และข้อค้นพบทางวิชาการให้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการร่างกฎหมาย การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ การทำงานของคณะกรรมาธิการ ตลอดจนการติดตามและประเมินผลการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อให้กฎหมายของประเทศมีคุณภาพและตอบสนองประโยชน์สาธารณะได้อย่างแท้จริง ซึ่งการลงนามบันทึกข้อตกลงในวันนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างสะพานเชื่อมระหว่างองค์ความรู้กับการออกกฎหมาย อันจะนำไปสู่ระบบนิติบัญญัติที่เข้มแข็ง มีเหตุมีผล และเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชนโดยรวม
สำหรับพิธีลงนามดังกล่าวเป็นการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยการนำผลงานทางวิชาการและผลงานการวิจัยไปใช้ประโยชน์ในกระบวนการนิติบัญญัติ ระหว่างสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา กับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) โดยนางปัณณิตา สท้านไตรภพ เลขาธิการวุฒิสภา และศาสตราจารย์ ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ลงนามในฐานะหัวหน้าส่วนราชการ และมีนางสาวแก้วเกศร์ ถาวรพันธ์ รองเลขาธิการวุฒิสภา และรองศาสตราจารย์ ดร.วิษณุ มีอยู่ รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมลงนามเป็นพยาน
การทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฯ ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดความร่วมมือในการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ในการสนับสนุนกระบวนการนิติบัญญัติ สร้างเครือข่ายและเชื่อมโยงการทำงานระหว่างภาคนโยบาย หน่วยงาน ในระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) และภาคีที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนการนำผลงานวิจัย และนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์เชิงนโยบาย และเพื่อพัฒนากลไกส่งเสริมให้บุคลากรในวงงานรัฐสภาเข้าถึงองค์ความรู้จากผลงานวิจัยและนวัตกรรม และสามารถนำไปใช้ในการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และเกิดกระบวนการรับโจทย์ความต้องการของภาคนโยบายที่นำมาสู่กระบวนการพัฒนางานวิจัย สำหรับบันทึกข้อตกลงฉบับนี้มีระยะเวลาความร่วมมือรวม 5 ปี (พ.ศ. 2569-2574) โดยมุ่งหวังว่าการเชื่อมโยงข้อมูลวิจัยที่กระชับ ตรงประเด็น และเชื่อถือได้ จะเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันนโยบายสาธารณะและการพัฒนาประเทศอย่างสมดุลและยั่งยืนต่อไป
ทัดดาว ทองอิ่ม ข่าว / เรียบเรียง
สำนักประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ข้อมูล / ภาพ