นายปริญญา วงษ์เชิดขวัญ และนายสหพันธ์ รุ่งโรจนพณิชย์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) แถลงกรณีคลิปเสียงที่มีการกล่าวอ้างเบื้องสูงและกล่าวอ้างอำนาจเพื่อผลประโยชน์สำหรับการเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ นี้ โดยเรียกร้องให้หน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบเร่งตรวจสอบ เนื้อหาในคลิปเสียงและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด
นายปริญญา กล่าวว่า สว. ไม่นิ่งเฉย อยากเห็นการทำงานขอคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่ามีความโปร่งใสและจัดการแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่ดูแล้วไม่เป็นกลางในการเลือกตั้ง ซึ่งประชาชนทั้งประเทศมีความสนใจในการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นอย่างมาก โดยมองถึงปัญหาการกล่าวอ้าง การใช้อำนาจต่าง ๆ ตามคลิปเสียง และปัญหาที่เกิดขึ้นตั้งแต่การเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา การทำหน้าที่ของ กกต. ทุกภาคส่วน ไม่ทราบว่าทำอะไรอยู่ กกต. นิ่งเฉยปล่อยปละเลยการทำงาน แม้จะมีหน้าที่จัดการเลือกตั้งให้เป็นไปอย่างโปร่งใสมากที่สุด แต่กลับรอเพียงเรื่องร้องเรียน อย่างกรณีคลิปเสียงที่มีการกล่าวอ้างตัวละครบุคคล 3-4 คน อยู่ในจังหวัดหนึ่งซึ่งน่าจะเป็นจังหวัดกาญจนบุรี ต้องมาดูว่าการแก้ปัญหา ทั้ง กกต. และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มาตรวจสอบคลิปเสียงว่า ตรงกับที่ถูกกล่าวอ้างหรือไม่ มีการปลอมแปลงเสียงหรือไม่ เนื่องจากเทคโนโลยีปัจจุบันสามารถทำได้ แต่หลายคนก็เชื่อว่าไม่น่าจะเป็นการปลอมแปลงเสียงขึ้นมาเพื่อหวังผลทางการเมือง กลับกลายเป็นคลิปเสียงที่หลุดออกมาเพื่อหวังหาผลประโยชน์ให้ตัวเอง ดึงคะแนนเสียงให้พรรคการเมืองของตัวเองหรือไม่ ซึ่งวันนี้ต้องเรียกร้องให้ กกต. ตรวจสอบว่าเนื้อหาที่มีการกล่าวอ้างเบื้องบนจะผิดกฎหมายอาญา มาตรา 112 ด้วยหรือไม่ หรือความผิดในการใช้อำนาจที่อ้างว่าจะสามารถแต่งตั้งบุคคลเข้ามาทำงานในกระทรวงมหาดไทยได้ พรรคใดก็ตามไม่ควรใช้อำนาจบารมีเหล่านี้มาหาผลประโยชน์ทางการเมือง และทราบมาว่า สจ. ที่อัดคลิปเสียงดังกล่าวจะออกมาแถลงข่าวเร็ว ๆ นี้ ต้องติดตามว่าใครจะต้องรับผิดชอบและมีใครเกี่ยวข้องในคลิปบ้าง
นายปริญญา กล่าวทิ้งท้ายว่า อยากให้ประชาชนติดตามเรื่องนี้ เพราะการเลือกตั้งควรจะต้องบริสุทธิ์ ยุติธรรม ทุกพรรคการเมืองไม่ว่าจะสีใดก็ตาม ทุกคนต้องมีสิทธิในการลงสมัครรับเลือกตั้งอย่างเท่าเทียมกัน
ด้าน นายสหพันธ์ ในฐานะ สว. จังหวัดกาญจนบุรี กล่าวเพิ่มเติมว่า ประชาชนในพื้นที่ไม่สบายใจที่ได้ฟังคลิปนี้ เกิดการตั้งคำถามว่าเกิดอะไรขึ้น ชาวกาญจนบุรีได้ฟังคลิปนี้แล้วพอจะเดาได้ว่าเป็นใคร แต่ทั้งนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการพิสูจน์ โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีเอง ที่การแข่งขันทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ มีการใช้อำนาจของรัฐไปบริหารจัดการบางอย่างที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งในคลิปเสียงเกี่ยวพันในหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมืองเอง การโยกย้ายข้าราชการในพื้นที่ที่ไม่เป็นธรรมกับการเลือกตั้งครั้งนี้ ว่าเกิดขึ้นจริงหรือไม่ ขณะที่ในเชิงกฎหมายกระทบหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายการเลือกตั้ง กฎหมายที่เกี่ยวกับความเป็นกลางของเจ้าหน้าที่ของรัฐ กฎหมายจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองว่าใช้อำนาจโดยมิชอบหรือไม่ ในการโยกย้ายแต่งตั้ง
นายสหพีนธ์ กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า ที่ผ่านมา ตนรณรงค์ร่วมกับ กกต. ในการต่อต้านการซื้อสิทธิขายเสียง ต้นเหตุการคอร์รัปชันในระยะยาว ซึ่งสิ่งสำคัญฝากถึง กกต. ทุกจังหวัด และ กกต.กลาง การทำงานต้องเชิงรุกมากกว่านี้ อย่าปล่อยปละละเลย เมื่อวานนี้ตนได้แสดงความคิดเห็นกับสื่อมวลชนในพื้นที่ไปว่าการซื้อสิทธิขายเสียงไม่ใช่เรื่องปกติ มีการต่อรองกันในแต่ละพื้นที่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ควรนำมาพูดคุยกันออกสื่อ อีกทั้งสื่อมวลชนต้องเป็นกลางทางการเมือง และการเลือกตั้ง ซึ่งตนได้ฝากคำถามไปยัง กกต. ว่านิ่งเฉยอยู่ได้อย่างไร
นอกจากนี้ นายสหพันธ์ ยังเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบคลิปเสียง โดยอยากให้นำเทคโนโลยีมาพิสูจน์ว่าเป็นเสียงของบุคคลใด มีบุคคลใดบ้างอยู่ในคลิป ตรวจสอบแหล่งที่มาของคลิป ใครเป็นผู้ผลิต โดยต้องเชิญทุกคนที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลอย่างจริงจัง และตรวจสอบว่าการโยกย้ายข้าราชการในพื้นที่เกิดขึ้นจริงหรือไม่ อย่านิ่งเฉย ไม่เช่นนั้นจะกระทบต่อความเชื่อมั่นของประเทศไทย ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติและหลายประเทศกำลังติดตามการเลือกตั้งในครั้งนี้ ซึ่งท้ายที่สุดจะเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจในอนาคตของประเทศไทยด้วย
ทัดดาว ทองอิ่ม ข่าว / เรียบเรียง