9 ก.พ. 69 - กมธ.การพลังงาน วุฒิสภา ศึกษาภาพรวมความมั่นคงทางพลังงาน รับทราบสถานการณ์กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงขาดทุนสะสมกว่า 3 หมื่นล้าน เหตุราคาน้ำมันตลาดโลกผันผวนสูงตลอดปี 67 ต้องแบกรับภาระชดเชยราคาเพิ่มขึ้น แนะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและพิจารณาแนวทางกู้เงินตามสถานการณ์ แก้ปัญหาขาดสภาพคล่อง

image

          การประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพลังงาน วุฒิสภา ที่มีนายพรเพิ่ม ทองศรี ประธาน กมธ.เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณาเรื่องภาพรวมและความมั่นคงทางพลังงาน (Foundation and Security) หัวข้อ "โครงสร้างราคาพลังงาน" โดยมีคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานและสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ร่วมชี้แจงข้อมูลว่า โครงสร้างค่าไฟฟ้าปัจจุบันตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 ประกอบด้วย 4 ส่วนหลัก ได้แก่ ค่าบริการรายเดือน ค่าไฟฟ้าฐานซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 3.7556 บาทต่อหน่วย สะท้อนต้นทุนการผลิตและผลตอบแทนที่เหมาะสม ค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) ที่มีการปรับทุก 4 เดือน เพื่อสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของต้นทุนเชื้อเพลิง ค่าไฟซื้อ และนโยบายรัฐ รวมถึงภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 7

         ส่วนกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงนั้น จัดตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันในประเทศให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม กองทุนมีรายได้จากเงินเข้ากองทุน เงินอุดหนุนจากงบประมาณ และเงินกู้ยืม ซึ่งนำไปใช้จ่ายเพื่อชดเชยราคาขายปลีก ค่าบริหารงาน และโครงการต่างๆ ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติและคณะกรรมการบริหารกองทุน อย่างไรก็ตาม พบว่าในปีงบประมาณ 2567 กองทุนประสบปัญหาการขาดทุนอย่างหนัก โดยมีรายได้เพียง 53,875 ล้านบาท แต่มีค่าใช้จ่ายสูงถึง 88,662 ล้านบาท ส่งผลให้เกิดการขาดทุนสะสม 34,787 ล้านบาท ทั้งนี้เป็นผลมาจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ผันผวนสูงตลอดทั้งปี ประกอบกับมาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลในช่วงกรกฎาคม 2566 ทำให้กองทุนต้องแบกรับภาระการชดเชยเพิ่มมากขึ้น สำหรับกรณีก๊าซ LPG ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 กองทุนมีภาระชดเชยราคาอยู่ที่ 0.7901 บาทต่อกิโลกรัม เพื่อคงเสถียรภาพราคาขายส่งให้โรงกลั่นไว้ที่ 20.9179 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งทำให้กรอบราคาขายปลีกอยู่ที่ประมาณ 423 บาทต่อถัง 15 กิโลกรัม

         ที่ประชุมยังได้รับทราบถึงปัญหาที่ผ่านมาในช่วง 2564-2565 ซึ่งกองทุนประสบปัญหาความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลกอย่างรุนแรงเป็นระยะเวลานาน ส่งผลกระทบต่อประชาชนและทำให้กองทุนขาดสภาพคล่องทางการเงิน จนต้องกู้เงินสาธารณะมาใช้ นอกจากนี้ พระราชกฤษฎีกาที่อนุมัติให้กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อช่วยเหลือกองทุน พ.ศ. 2565 ยังไม่ได้รับความเห็นชอบเนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองในขณะนั้น

          ภายหลังการพิจารณา ที่ประชุมได้เสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาโดยให้ติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันอย่างใกล้ชิด รวมทั้งจัดทำรายงานสถานะกองทุนและกระแสเงินสดเป็นระยะเพื่อประเมินการบริหารจัดการ และในกรณีที่กองทุนขาดสภาพคล่อง ให้พิจารณากู้ยืมเงินตามสถานการณ์พร้อมบริหารต้นทุนทางการเงิน แต่หากมีสภาพคล่องเพียงพอจึงค่อยชำระคืนทีละน้อย

อรุณี ตันศักดิ์ดา ข่าว/เรียบเรียง

กมธ.การพลังงาน วุฒิสภา ข้อมูล/ภาพ

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ