10 ก.พ. 69 - กมธ.สาธารณสุข วุฒิสภา รับหนังสือจากสมาคมกุมารแพทย์ฯ จี้ทบทวนมติ สปสช. เร่งบรรจุวัคซีน IPD เป็นสิทธิประโยชน์เด็กไทย ชี้ สปสช.ใช้ตัวเลขผู้ป่วย IPD คลาดเคลื่อนเป็นฐานตัดสินใจ อ้างป่วยแค่ 153 ราย ทั้งที่จริงพบ 7,000 รายต่อปี

image

       นายแพทย์ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล ประธานกรรมาธิการ (กมธ.) การสาธารณสุข วุฒิสภา พร้อมคณะ รับหนังสือจาก รศ.พล.ต.หญิงฤดีวิไล สามโกเศศ ประธานราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทยและนายกสมาคมกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย เพื่อขอให้ กมธ.พิจารณาข้อเท็จจริงและความถูกต้องของข้อมูลที่ใช้ในกระบวนการพิจารณา กรณีสำนักงานคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) มีมติเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 ให้ชะลอการบรรจุวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อนิวโมคอคคัสชนิดรุนแรง (IPD)  เป็นสิทธิประโยชน์แก่ประชาชน

        รศ.พล.ต.หญิงฤดีวิไล กล่าวว่า ตัวเลขภาระโรคที่ สปสช. ใช้ตัดสินใจคลาดเคลื่อนอย่างมาก โดย สปสช. อ้างตัวเลขผู้ป่วยเพียง 153 รายต่อปี แต่ข้อมูลจากกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ระบุว่ามีผู้ป่วยปอดอักเสบจากเชื้อนิวโมคอคคัสในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี สูงถึง 7,000 รายต่อปี ต่ำกว่าความเป็นจริงถึง 54 เท่า และค่าใช้จ่ายที่แท้จริงอยู่ที่ราว 270 ล้านบาท ยังไม่รวมค่าดูแลผู้ป่วยไอซียูและภาระครอบครัวที่ต้องดูแลเด็กพิการ นอกจากนี้ คณะกรรมการที่ปรึกษาด้านการสร้างภูมิคุ้มกันโรค (ACIP) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสรุปแล้วว่าข้อมูลสมบูรณ์พร้อม ไม่จำเป็นต้องวิจัยนำร่องใหม่ เพราะข้อมูลแสดงชัดว่าความเสี่ยงของโรคมีอยู่ทั่วทุกจังหวัด ปัจจุบันไทยเป็นประเทศสุดท้ายในอาเซียนที่ยังไม่บรรจุวัคซีน IPD ในแผนสร้างเสริมภูมิคุ้มกันแห่งชาติ ทั้งที่ดำเนินเรื่องมากว่า 8–9 ปีแล้ว และราคาวัคซีนในภาคเอกชนสูงถึงเกือบ 10,000 บาทต่อคน ทำให้ประชาชนที่มีรายได้น้อยยังเข้าไม่ถึงวัคซีนอย่างเท่าเทียม เพิ่มความเสี่ยงต่อสุขภาพและความปลอดภัยของเด็กในช่วงวัยที่มีความเปราะบาง

          ด้าน นายแพทย์ประพนธ์ กล่าวว่า มติบอร์ด สปสช. ที่จำกัดการจ่ายวัคซีน IPD เฉพาะโครงการนำร่องในบางพื้นที่ โดยอ้างเหตุผลด้านการเก็บข้อมูลและความคุ้มค่าทางงบประมาณนั้น ส่งผลให้เด็กจำนวนมากยังเข้าไม่ถึงวัคซีนอย่างเท่าเทียม ทั้งที่ข้อมูลวิชาการปัจจุบันชัดเจนแล้วว่าโรค IPD เป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญของเด็กไทยอายุต่ำกว่า 5 ปี พบผู้ป่วยปอดอักเสบปีละ 80,000–100,000 ราย ต้องนอนโรงพยาบาล 30,000–40,000 ราย เป็นสาเหตุจากเชื้อสเตร็ปโตคอคคัส นิวโมนิอี 6,000–7,000 ราย และป่วยเยื่อหุ้มสมองอักเสบอีก 240–340 รายต่อปี ซึ่งมีอัตราเสียชีวิตและพิการถาวรสูง อีกทั้งโรคนี้ยังกระจายอยู่แทบทุกจังหวัด ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนต่างบรรจุวัคซีนนี้ในแผนสร้างเสริมภูมิคุ้มกันแห่งชาติแล้ว กมธ.จึงยืนยันอย่างชัดเจนว่าไม่เห็นด้วยกับมติดังกล่าว เนื่องจากเหตุผลด้านงบประมาณไม่ควรถูกนำมาเป็นข้อจำกัดในการคุ้มครองเด็กจากโรคร้ายแรงที่ป้องกันได้ การตัดสินใจเรื่องวัคซีนเด็กต้องยึดชีวิต สุขภาพ และอนาคตของเด็กเป็นหลัก พร้อมเตรียมเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อให้มติดังกล่าวได้รับการทบทวนอย่างจริงจัง และให้การกำหนดนโยบายวัคซีนของประเทศเป็นไปอย่างเป็นธรรมต่อเด็กไทยอย่างแท้จริง

อรุณี ตันศักดิ์ดา ข่าว/เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ