นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กล่าวถึงการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ. ที่ผ่านมา ว่ากระบวนการมีปัญหาเยอะมาก ทั้งการจัดเลือกตั้งและการนับคะแนน รวมถึงล่าสุดที่มีปัญหาการนับคะแนน เขต 1 ชลบุรี ซึ่งไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย ส่งผลกระทบชัดเจน ทั้งเรื่องความชอบธรรม ความน่าเชื่อถือของกระบวนการการเลือกตั้งและประชาธิปไตย ของประเทศไทย
การที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยังไม่ออกมาประกาศจำนวนผู้มาใช้สิทธิอย่างชัดเจน ที่อาจจะได้ยินว่าผู้มาใช้สิทธิค่อนข้างน้อยเพียงกว่า 65% เท่านั้น ทั้งที่หลายคนที่ไปยังหน่วยเลือกตั้ง รู้สึกว่าการเลือกตั้งคึกคักคนมามีส่วนร่วมเยอะมาก จึงขอตั้งข้อสังเกตว่าการเลือกตั้ง 20-30 ปีที่ผ่านมา ประชาชนเข้ามามีส่วนเร่วมมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ครั้งนี้ โดยบรรยากาศภาพรวมเป็นที่น่าสงสัยว่าประชาชนมาใช้สิทธิน้อยลงถึงกว่า 10% อย่างตัวเลขที่ออกมาจริงหรือไม่ ดังนั้น เพื่อความโปร่งใส จึงขอให้ กกต. เปิดรายชื่อผู้มาใช้สิทธิทุกคน เพื่อให้ผู้มาใช้สิทธิไปตรวจสอบด้วยตัวเองว่ามีรายชื่อหรือไม่ ให้ทุกคนสบายใจว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ถูกจัดขึ้นอย่างโปร่งใสและชอบธรรมอย่างแท้จริง
ด้านนางสาวนันทนา นันทวโรภาส สว. กล่าวว่า การเลือกตั้งเป็นที่กังขาของประชาชนจำนวนมาก ปัญหาเกิดขึ้นมากมาย ทางเราได้เก็บรวบรวมปัญหา เพื่อให้ กกต. ตอบคำถามในการจัดการเลือกตั้งที่มีข้อบกพร่องมากมาย ได้แก่ 1. จำนวนผู้มาใช้สิทธิ หากเป็นไปตามที่ กกต. ประกาศเวลานี้ คือ 65% ลดลงจากการเลือกตั้งปี 2566 ถึง 10% หรือกว่า 5 ล้านเสียง กกต. ต้องมีคำตอบ ว่า รณรงค์อย่างไร ประชาชนจึงมาใช้สิทธิน้อยลงถึง 10% และจริง ๆ แล้วประชาชนไม่ได้มาใช้สิทธิกันจริงหรือไม่ หรือการนับจำนวนบกพร่องหายไปในอากาศอย่างไร กกต. ต้องให้คำตอบ 2. การซื้อเสียงที่ กกต. ไม่สารมาถจับได้เลย แต่มีการพูดถึงเรื่องทุนเทาเต็มทุกพื้นที่ กกต. ไม่ได้ทำหน้าที่เลยหรือ 3. การนับคะแนนที่ไม่โปร่งใส เพราะมีหลายหน่วยไม่ยอมให้ถ่ายวิดีโอและมีบัตรเขย่งจำนวนมาก เช่น การนับคะแนนที่เขต 7 ปทุมธานี และเขต 1 ชลบุรี รวมถึงบัตรเสียกว่า 3 ล้านใบ ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนมาก และการนับคะแนนที่ล่าช้า ดังนั้น กกต. ต้องชี้แจงว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร
ขอเรียกร้อง กกต. ว่าในการนับคะแนนที่มีปัญหา ขอให้ กกต. เปิดหีบนับใหม่ กกต. 7 คน มีอำนาจสั่งอยู่แล้ว เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและชัดเจน และต้องการให้เปิดเผยรายชื่อผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศ มีรายชื่อหายไป 5 ล้านคน จากการเลือกตั้งครั้งก่อน
ขณะที่นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สว. กล่าวว่า การเลือกตั้งมีปัญหาเชิงระบบ เห็นได้ชัดคือหมายเลขบัญชีรายชื่อพรรค หมายเลข 1-5 ตัดสูทรอเข้าสภาฯ ได้เลย เพราะปี 2566 ก็เป็นเช่นนั้น ดังนั้น หาก กกต. อยากตรวจสอบว่าตรงไหนมีปัญหาหรือไม่ ให้ไปตรวจสอบพื้นที่ที่ได้คะแนนแบบบัญชีรายชื่อและแบบแบ่งเขตที่แตกต่างกัน มีพิรุธหรือไม่ ทั้งที่เบอร์เขตเป็นคนละเบอร์กับเบอร์บัญชีราย ซึ่งหลายคนบอกว่าอาจจะบอกว่าเป็นลูกโดด ยิงไปเฉพาะเขต เวลาเลือกให้เลือกจำเบอร์เขตเป็นหลัก ซึ่งอาจจะไปตรงกับเบอร์บัญชีรายชื่อของพรรคอื่น จากการตรวจสอบบางพื้นที่เบอร์ 1-5 ได้ สส.เขตหลักร้อยหรือหลักพัน แต่บัญชีรายชื่อได้เป็นหลักแสน เช่น เขต 3 ชัยภูมิ เบอร์ 1 เขต 4 กาญจนบุรี เขต 5 และ 10 เชียงใหม่ เขต 1 เพชรบูรณ์ เขต 8 นครราชสีมา ที่ สส.เขตเลือกพรรคหนึ่งและบัญชีรายชื่ออีกพรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นเลขเดียวกัน ดังนั้น ขอให้ กกต. ลงไปตรวจสอบว่าเกิดอะไรขึ้นหรืออะไรดลใจให้เลือกแบบนี้
ทัดดาว ทองอิ่ม ข่าว / เรียบเรียง