14 ก.พ. 69 - สว.ปริญญา วงษ์เชิดขวัญ มอง กสทช. หรือเอกชน โกหกกรณีไม่รู้ถูกขโมยสัญญาณอินเตอร์เน็ตขายให้กัมพูชา จี้ ดีอี-กสทช.เข้มงวดตรวจสอบมากยิ่งขึ้น ขณะที่วุฒิสภาจะพิจารณากฎหมายที่มีอยู่

image

          นายปริญญา วงษ์เชิดขวัญ สมาชิกวุฒิสภา ให้สัมภาษณ์ในรายการทันข่าววุฒิสภา กรณีการลักลอบเชื่อมสัญญาณอินเทอร์เน็ตไปใช้ในต่างแดนจากฝั่งไทยว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าว เหตุเกิดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา พื้นที่จังหวัดสระแก้ว โดยมี 3 บริษัทเอกชนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ประกอบด้วย บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (AIS) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการสัญญาณอินเตอร์เน็ต บริษัท เอแอลที เทเลคอม จำกัด (มหาชน) (ALT) ซึ่งเป็นตัวกลางเชื่อมเครือข่าย และบริษัท เวียดเทล แคมโบเดีย บริษัทที่ซื้อสัญญาณจากประเทศไทย เพื่อให้บริการในประเทศกัมพูชา โดยสิ่งผิดปกติ คือผู้ประกอบการ และคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ปฏิเสธว่าไม่ทราบว่ามีการลักลอบ ทั้งที่ตามปกติสัญญาณอินเตอร์เน็ตสามารถตรวจสอบปริมาณการไหลเข้าและไหลออกของการใช้สัญญาณได้ หากจุดใดมีปริมาณการใช้มากจนผิดปกติก็จะทราบทันที ฉะนั้นต้องดูว่าใครโกหกหรือปล่อยปะละเลยหรือไม่  

          นายปริญญา กล่าวอีกว่า ตนต้องการให้ไปตรวจสอบการทำหน้าที่ของกสทช. ว่าดูแลควบคุมจริงหรือไม่ เหตุการลักษณะนี้ไม่ใช่เพิ่งเกิดเป็นครั้งแรก แต่เกิดหลายครั้งแล้ว และส่วนใหญ่ก็โยนให้เป็นความผิดของทางผู้ประกอบการ ทั้งนี้ ตนได้ทำหนังสือถึงเลขาธิการ กสทช. และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี ให้ชี้แจงเรื่องดังกล่าวแล้ว 

          นายปริญญา กล่าวว่า ในหนังสือของ กสทช. มีการกำชับอย่างชัดเจนว่าห้ามส่งสัญญาณไปยังประเทศกัมพูชา และตามกฎหมายของกสทช. ระบุชัดว่า หากผู้ใดละเมิดคำสั่ง สามารถยึดใบอนุญาตและฟ้องดำเนินคดีได้ แต่ที่ผ่านมา กสทช.ไม่เคยบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ดังนั้น มาตรการระยะสั้นที่ต้องดำเนินการทันที คือ ดีอี และกสทช. จะต้องเข้มงวดในการตรวจสอบมากยิ่งขึ้น ส่วนระยะยาว ทางวุฒิสภาจะพิจารณากฎหมายที่มีอยู่ เมื่อไม่มีการบังคับใช้ก็จะต้องพิจารณาวางกฎเกณฑ์ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องป้องกันการละเลยและไม่ให้เกิดความเสียหายต่อประชาชนอีก 


คริส  พุทธชาติ ข่าว/เรียบเรียง (แฟ้มภาพ)

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ