16 ก.พ. 69 - คณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ วุฒิสภา ลงพื้นที่ท่าเรือสุระกุล จังหวัดพังงา พบปัญหาความไม่คุ้มค่าในการใช้งบประมาณกว่า 40 ล้านบาท และการบริหารจัดการ เสนอให้ตั้งคณะทำงานระดับจังหวัดพิจารณาโอนหรือย้ายระบบไปยังท่าเรือที่เหมาะสม

image

          ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษอลงกต วรกี ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ติดตามการบริหารงบประมาณ วุฒิสภา นำคณะ กมธ. ลงพื้นที่ท่าเรือสุระกุล (ท่าเรือกระโสม) ถนนเจ้าฟ้าใน ตำบลกระโสม อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา เพื่อศึกษาดูงานและรับฟังบรรยายสรุป พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการบริหารจัดการ การจัดสรร และการใช้จ่ายงบประมาณ โดยมี นายไพรัตน์ เพชรยวน ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา นายสราวุฒิ ธนาเจริญสกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับและเข้าร่วมประชุมหารือ สำหรับประเด็นหารือของคณะ กมธ. อาทิ การจัดระบบบุคลากรในท่าเรือสุระกุล พบว่าไม่มีความคุ้มค่า จึงมีข้อสังเกตให้มีหนังสือแจ้งสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พิจารณาความไม่คุ้มค่าในการจัดสรรงบประมาณ กรณีท่าเรือสุระกุล ซึ่งสามารถรองรับการจอดเรือได้เพียงครั้งละ 2 ลำ และไม่สามารถรองรับเรือน้ำลึก ประกอบกับมีการใช้งบประมาณรายจ่ายมากกว่า 40 ล้านบาท จากการศึกษาดูงานพบว่าไม่มีนักท่องเที่ยวมาใช้บริการ อีกทั้งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เป็นหน่วยงานที่จัดสรรงบประมาณ ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างและพัฒนาระบบ แต่ยังไม่ได้มอบงานให้กับจังหวัดพังงา เนื่องจากไม่มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในพื้นที่รับมอบ เพราะไม่มีนักท่องเที่ยวมาใช้บริการ และไม่คุ้มค่าในการจัดสรรบุคลากรเข้ามาบริหารจัดการระบบ

ดังนั้น สิ่งก่อสร้างและครุภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องจึงเป็นทรัพย์สินของ ปภ. สะท้อนให้เห็นว่าการดำเนินการพัฒนาระบบดังกล่าวยังไม่แสดงถึงความคุ้มค่าต่อนักท่องเที่ยวผู้ใช้บริการ

          คณะ กมธ. ยังระบุด้วยว่า เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าในการใช้งบประมาณรายจ่าย จึงเสนอให้จังหวัดพังงาพิจารณาจัดตั้งคณะทำงานระดับจังหวัด โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดพังงาเป็นหัวหน้าคณะทำงาน ซึ่งคณะทำงานประกอบด้วย รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ท้องถิ่นจังหวัด ประธานหอการค้าจังหวัด ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัด นายกสมาคมส่งเสริมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดพังงา ผู้แทนกองทัพเรือ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาการโอนระบบหรือย้ายระบบไปยังท่าเรืออื่น โดยท่าเรือนั้นต้องอยู่ในที่สาธารณะหรือที่ราชพัสดุ ทั้งนี้ การพิจารณาของคณะทำงานควรแล้วเสร็จก่อนเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2570 เนื่องจากระบบดังกล่าวอยู่ในระยะประกันผลงานจนถึงเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2570 จึงควรพิจารณาความเหมาะสมด้านสถานที่ รวมทั้งการโอนหรือย้ายระบบไปยังท่าเรืออื่นเพื่อให้เกิดความคุ้มค่า โดยการโอนหรือย้ายระบบต้องได้รับความเห็นชอบจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยด้วย เพื่อเป็นหลักประกันว่าระบบสามารถใช้งานได้ในท่าเรือที่ถูกต้องตามระเบียบ กฎหมาย และข้อบังคับที่กำหนดไว้

           นอกจากนี้ ยังมีข้อสังเกตในประเด็นการแบ่งเขตการปกครองระหว่างตำบลลำแก่นและตำบลเกาะพระทอง การขอเพิ่มเงินจัดสรรจากร้อยละ 5 เป็นร้อยละ 10 การนำเสนอปัญหาอ่างเก็บน้ำลำลู่ใหญ่ อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา และการแก้ปัญหาความไม่สอดคล้องของข้อมูลการจัดเก็บค่าบริการอุทยานแห่งชาติ อย่างไรก็ตาม คณะ กมธ. จะได้นำข้อมูล ข้อคิดเห็น ข้อสังเกต และข้อเสนอแนะที่ได้รับจากการประชุมไปประกอบการพิจารณาดำเนินการตามบทบาทหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมาธิการต่อไป 

 

ณัฐเดช เอียดปุ่ม ข่าว/เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ