นายอภินันท์ เผือกผ่อง รองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การปกครองท้องถิ่น และประธานคณะอนุกรรมาธิการด้านการกระจายอำนาจ การถ่ายโอนภารกิจ และการจัดสรรรายได้ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และการปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ วุฒิสภา พร้อมด้วยนายนฤพล สุคนธชาติ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ และรองประธานคณะอนุกรรมาธิการ และคณะ เดินทางลงพื้นที่เพื่อประชุมและพบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ณ ห้องประชุม 405 ชั้น 4 สำนักงานเทศบาลนครมาบตาพุด โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง นายกเทศมนตรีนครมาบตาพุด ผู้แทนองค์การบริหารส่วนจังหวัด และผู้แทนหน่วยงานภาคอุตสาหกรรม ให้การต้อนรับ
กมธ.ได้รับฟังบรรยายสรุปภาพรวมการพัฒนาพื้นที่จังหวัด โดยแบ่งออกเป็นสองกลุ่มสำคัญ คือ กลุ่มอำเภอที่ไม่ติดชายฝั่งทะเล ซึ่งเป็นฐานการเกษตรและต้นน้ำ และกลุ่มอำเภอที่ติดชายฝั่งทะเล ซึ่งมีบทบาทด้านคมนาคม อุตสาหกรรม และการท่องเที่ยว โดยเฉพาะท่าเรือมาบตาพุดที่เป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์และพาณิชยกรรมระดับประเทศ รวมทั้งได้หารือใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ ด้านการศึกษา เทศบาลนครมาบตาพุดพัฒนาห้องเรียนอัจฉริยะครบทุกห้อง ส่งเสริมการเรียนการสอน 3 ภาษา และร่วมมือกับภาคีญี่ปุ่นจัดตั้งศูนย์ดูแลเด็กอ่อน เพื่อแบ่งเบาภาระผู้ปกครองที่ทำงานในภาคอุตสาหกรรม ขณะที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดระยองมุ่งผลิตบุคลากรตรงตามความต้องการของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก แต่ยังพบปัญหาขาดแคลนครูและความไม่ต่อเนื่องของบุคลากร ซึ่งส่งผลต่อประสิทธิภาพในการจัดการศึกษา
ด้านงบประมาณและภาษีท้องถิ่น เทศบาลนครมาบตาพุดเสนอให้ปรับเกณฑ์การจัดสรรงบประมาณ โดยใช้ข้อมูลผู้พักอาศัยจริง เช่น จำนวนผู้ใช้ไฟฟ้า แทนการยึดประชากรตามทะเบียนราษฎรเพียงอย่างเดียว ส่วนองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยองเสนอแนวทางแก้ไขการจัดเก็บภาษีรถยนต์ที่ไม่สอดคล้องกับภาระในพื้นที่ เนื่องจากมีรถจากต่างจังหวัดเข้ามาใช้งานจำนวนมาก
นอกจากนี้ที่ประชุมยังมีข้อเสนอให้ยกระดับเทศบาลนครมาบตาพุดเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ เพื่อให้มีอำนาจและงบประมาณสอดคล้องกับบริบทเมืองอุตสาหกรรมขนาดใหญ่
จากนั้น กมธ.ได้เดินทางไปยังท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ซึ่งมีโรงงานรวม 192 โรง มูลค่าการลงทุนกว่า 2 ล้านล้านบาท และแรงงานกว่า 35,000 คน โดยมีการพัฒนาท่าเรือเป็น 3 ระยะ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินการระยะที่ 3 พร้อมศึกษารูปแบบการจัดเก็บภาษีและค่าธรรมเนียมใหม่ เพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และนำกลับมาพัฒนาคุณภาพชีวิต สิ่งแวดล้อม และโครงสร้างพื้นฐานของประชาชนในพื้นที่ ทั้งนี้ กมธ.ยืนยันว่าจะนำข้อมูลที่ได้รับจากการลงพื้นที่ครั้งนี้ไปใช้ประกอบการพิจารณาตามหน้าที่และอำนาจ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและการพัฒนาท้องถิ่นจังหวัดระยองต่อไป
อรุณี ตันศักดิ์ดา ข่าว/เรียบเรียง
สำนักประชาสัมพันธ์ สนง.เลขาธิการวุฒิสภา ข้อมูล/ภาพ