นายแพทย์ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล ประธานคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา กล่าวถึงมติทบทวนวัคซีน IPD เพื่อเป็นสิทธิประโยชน์ขั้นพื้นฐานให้เด็กไทย เพื่อป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียนิวโมคอสคัสชนิดรุนแรง เช่น ปอดบวม เยื่อหุ้มสมองอักเสบ และการติดเชื้อในกระแสเลือดว่า ที่ผ่านมาคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช) อาจได้รับข้อมูลที่คลาดเคลื่อนต่างจากแหล่งอื่น ๆ เพราะข้อมูลของสปสช. ชี้ว่าใน 1 ปีมีเด็กป่วยเพียง 153 ราย ถือเป็นตัวเลขค่อนข้างน้อย แต่ข้อมูลจากกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค หรือจากราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย พบว่า ตัวเลขแตกต่างจาก สปสช.ค่อนข้างมากกว่า 100,000 ราย และรักษาตัวในโรงพยาบาลอีก 30,000 ราย และพบเด็กที่ป่วยในกลุ่มนิวโมคอสคัส ร้อยละ 15 - 40 หรือปีละ 6-7 พันราย จึงทำให้การตัดสินใจนำวัคซีน IPD เข้าสู่ระบบคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง
รองประธานคณะกรรมาธิการการสาธารณสุขฯ ยังกล่าวว่า จากข้อมูลดังกล่าวจึงทำให้ บอร์ดสปสช.มีมตินำร่องฉีดวัคซีนให้เด็กแล้ว ทั้งนี้เมื่อคณะกรรมาธิการได้ข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายหลังเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการแล้วจะจัดทำเป็นข้อเสนอแนะ เพื่อส่งไปยังฝ่ายบริหารให้ดำเนินการต่อไป เพราะประเทศไทยถือเป็นประเทศสุดท้ายในภูมิภาคที่ยังไม่ให้สิทธิ์ในการฉีดวัคซีนทั่วหน้า
นายแพทย์ประพนธ์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันเด็กในประเทศไทยมีอัตราการเกิดน้อยลง เนื่องจากสภาวะทางสังคมและครอบครัวเปลี่ยนแปลงไป ทำให้จำนวนประชากรในประเทศลดลงมาหลายปีแล้ว ซึ่งเด็กถือเป็นทรัพยากรที่สำคัญ เติบโตเป็นผู้ใหญ่ในวันข้างหน้า และจะต้องรับผิดชอบบ้านเมืองต่อจากคนรุ่นปัจจุบัน ดังนั้นการลงทุนในเด็ก โดยเฉพาะด้านสุขภาพ และการศึกษา ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า
คริส พุทธชาติ ข่าว/เรียบเรียง (แฟ้มภาพ)