1 มี.ค.69 - กกต.กำชับผู้สมัคร สส. แบบแบ่งเขต และพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ จัดทำและยื่นบัญชีรายรับและรายจ่ายในการเลือกตั้ง ให้แล้วเสร็จภายใน 11 พ.ค.นี้ กำหนดวงเงินค่าใช้จ่ายไม่เกิน 1.9 ล้านบาทต่อผู้สมัครแบบแบ่งเขต และไม่เกิน 44 ล้านบาทต่อพรรค

image

      สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ประชาสัมพันธ์ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ได้เสร็จสิ้นลงแล้ว ขอให้ผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส. แบบบัญชีรายชื่อ จัดทำบัญชีรายรับและรายจ่ายในการเลือกตั้ง สส. ทั้งนี้ กกต.ได้กำหนดจำนวนเงินค่าใช้จ่ายสำหรับการเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้งแต่ละคนต้องใช้จ่ายไม่เกิน 1,900,000 บาท และพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส. แบบบัญชีรายชื่อ ต้องใช้จ่ายไม่เกิน 44,000,000 บาท โดยให้คำนวณค่าใช้จ่ายที่จ่ายไปตั้งแต่วันที่ยุบสภาจนถึงวันเลือกตั้ง (วันที่ 12 ธันวาคม 2568 ถึงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569) แยกประเภทของค่าใช้จ่าย ดังต่อไปนี้

1.ค่าใช้จ่ายในการสมัครรับเลือกตั้ง เช่น ค่าสมัครรับเลือกตั้ง และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสมัครรับเลือกตั้ง เป็นต้น

2.ค่าจ้างแรงงาน เช่น ค่าจ้างผู้ช่วยหาเสียง ค่าจ้างในการปิดป้ายโฆษณาหาเสียง ค่าจ้างแจกใบปลิว แผ่นพับ รวมทั้งค่าจ้างแรงงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง และไม่มีพฤติการณ์ที่ส่อไปในการกระทำความผิดกฎหมายเลือกตั้ง เป็นต้น

3.ค่าจ้างทำของ เช่น ค่าจ้างทำเสื้อแจ็กเก็ต หมวก และเสื้อยืด หรืออื่น ๆ สำหรับผู้ช่วยหาเสียง เป็นต้น

4.ค่าโฆษณาในสื่อต่าง ๆ เช่น ค่าสื่อสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ ค่าผลิตสื่อเพื่อการออกอากาศ รวมถึงค่าโฆษณาอื่นที่เป็นการกระทำเพื่อการหาเสียงเลือกตั้ง เป็นต้น

5.ค่าจัดทำป้าย เอกสาร สิ่งพิมพ์ต่าง ๆ ที่ใช้ในการโฆษณาหาเสียง

6.ค่าใช้จ่ายในการหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือค่าบริการทางอิเล็กทรอนิกส์ เช่น เฟซบุ๊ก ไลน์ ทวิตเตอร์ ยูทูบ อินสตาแกรม กูเกิล แอปพลิเคชัน เป็นต้น

7.ค่าจัดซื้อหรือเช่าวัสดุ และอุปกรณ์สำหรับใช้ในการหาเสียงเลือกตั้ง

8.ค่าเช่าสถานที่และค่าตกแต่งสถานที่ เช่น ค่าเช่าสำนักงาน เพื่อเป็นศูนย์รณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ค่าเช่าสถานที่เพื่อปราศรัยหาเสียง เป็นต้น

9.ค่าเช่ายานพาหนะ ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง และค่าใช้จ่ายในการเดินทาง เช่น ค่าจ้างเหมารถยนต์ เรือยนต์หรือยานพาหนะอื่น ๆ ค่าน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อการหาเสียงเลือกตั้ง ค่าเช่าที่พัก เป็นต้น

10.ค่าสาธารณูปโภค เช่น ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปา ค่าโทรศัพท์ ค่าบริการทางไปรษณีย์ ค่าถ่ายเอกสาร เป็นต้น

11.ค่าอาหารและเครื่องดื่มสำหรับผู้ช่วยหาเสียง

12.ค่าตอบแทนผู้สมัครหรือผู้ช่วยหาเสียง

13.ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ซึ่งไม่ขัดต่อกฎหมายหรือเป็นเหตุให้การเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรม

       ทั้งนี้ ผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้งแต่ละคน ยื่นบัญชีรายรับและรายจ่ายในการเลือกตั้ง รวมทั้งหลักฐานที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องครบถ้วนตามความเป็นจริงต่อผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดและกรุงเทพมหานครด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจเป็นหนังสือให้ผู้อื่นยื่นแทน สำหรับพรรคการเมือง ให้หัวหน้าพรรคการเมืองยื่นบัญชีรายรับและรายจ่ายในการเลือกตั้ง รวมทั้งหลักฐานที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องครบถ้วนตามความเป็นจริงต่อเลขาธิการกกต.ด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจเป็นหนังสือให้ผู้อื่นยื่นแทน

       อย่างไรก็ตาม การยื่นบัญชีรายรับและรายจ่ายในการเลือกตั้ง ต้องยื่นภายใน 90 วัน นับจากวันเลือกตั้ง ซึ่งวันสุดท้ายที่ครบ 90 วัน ตรงกับวันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม 2569 แต่เนื่องจากเป็นวันหยุดราชการ จึงให้นับวันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม 2569 ซึ่งเป็นวันทำการแรกจากวันหยุดทำการ เป็นวันสุดท้ายของระยะเวลาการยื่นบัญชีรายรับและรายจ่ายในการเลือกตั้ง สส. เมื่อกกต.ประจำจังหวัดและกรุงเทพมหานครได้รับยื่นบัญชีรายรับและรายจ่ายในการเลือกตั้ง สส. แล้ว ให้ดำเนินการตรวจสอบเอกสารดังกล่าวเบื้องต้นว่าผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส. ผู้นั้นมีค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต่อการสมัครรับเลือกตั้ง เช่น ค่าสมัคร ค่าใบรับรองแพทย์ ค่าถ่ายรูป แล้วหรือไม่ หรือรายการค่าใช้จ่ายใดไม่มีเอกสารหลักฐานประกอบ หรือมีแต่ไม่ครบถ้วน ให้แจ้งผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส. ผู้นั้นดำเนินการแก้ไขภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด

       ในการนี้ ให้กกต.ประจำจังหวัดและกรุงเทพมหานคร เปิดเผยรายงานสรุปรายรับและรายจ่ายของผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส. แต่ละคน ให้ประชาชนทราบเป็นการทั่วไป ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ครบกำหนดยื่นบัญชีรายรับและรายจ่ายในการเลือกตั้ง สส. (ภายในวันที่ 10 มิถุนายน 2569)

 

อัญชิสา ก่อกิจฤกษ์ชัย เรียบเรียง

สำนักงานกกต. ข้อมูล/ภาพ

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ