2 มี.ค. 69 - คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา ขอรัฐนำงบ 225 ล้าน หนุนเด็กไทยเข้าถึงวัคซีน PCV อย่างทั่วถึง คาดครอบคลุมได้ร้อยละ 90 

image

          นายแพทย์ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การสาธารณสุข วุฒิสภา เป็นประธานการประชุมเพื่อพิจารณานโยบายการเข้าถึงวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อนิวโมค็อกคัสชนิดรุนแรง (PCV) สำหรับเด็กไทย ภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยเชิญเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ รวมทั้งหน่วยงายที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

          ผู้แทนสถาบันวัคซีนแห่งชาติ ให้ข้อมูลถึงความคืบหน้าในการพิจารณาบรรจุวัคซีน PCV และแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของประเทศไทยว่า ได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2560 จนถึงปัจจุบัน โดยแบ่งระยะการดำเนินงานออกเป็น 3 ระยะ โดยระยะที่ 1 มีมติเห็นชอบให้เร่งรัดการบรรจุวัคซีน PCV โดยเร็วที่สุด พร้อมทั้งมีข้อเสนอให้ดำเนินโครงการนำร่องการให้วัคซีน PCV ในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม ระยะที่ 2 มีมติให้บรรจุวัคซีน PCV10 และ PCV13 ไว้ในบัญชียาหลักแห่งชาติ และ ระยะที่ 3 คณะอนุกรรมการพัฒนาบัญชีวัคซีนหลักแห่งชาติ ได้แจ้งให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) พิจารณาภาระงบประมาณและแนวทางการจัดหาวัคซีน PCV ต่อไป ขณะเดียวกัน มูลนิธิเพื่อการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ (HITAP) ได้ดำเนินการศึกษาความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ โดยพบว่า วัคซีน PCV มีความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ แม้จะไม่ได้นำผลของภูมิคุ้มกันหมู่มาพิจารณา และประเมินว่า มีภาระงบประมาณประมาณ 300 - 400 ล้านบาท 

          ขณะเดียวกันได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับสมมติฐานการเกิดโรคปอดบวม พร้อมทั้งมีมติให้นำร่องการให้วัคซีน PCV ในจังหวัดหรือเขตสุขภาพที่มีอัตราการป่วยจากโรคติดเชื้อแบคทีเรียนิวโมค็อกคัสสูง ซึ่งแนวทางดังกล่าวมีความแตกต่างจากผลการศึกษาความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ของ HITAP ทั้งนี้ สปสช. ได้แจ้งว่า มีการจัดสรรวงเงินงบประมาณ จำนวน 225  ล้านบาท สำหรับการให้วัคซีน PCV ไว้แล้ว โดยหากมีการประกาศให้วัคซีนดังกล่าวเป็นสิทธิประโยชน์สำหรับเด็กคาดว่าจะสามารถจัดหาวัคซีนครอบคลุมได้ประมาณร้อยละ 90 ของเด็กกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด เนื่องจากราคาวัคซีนในปัจจุบันมีแนวโน้มลดลงต่ำกว่า 250 บาทต่อโดส จากเดิมประมาณ 400 บาทต่อโดส 

          ดังนั้น สถาบันวัคซีนแห่งชาติ จึงมีข้อเสนอแนะให้เร่งรัดการบรรจุวัคซีน PCV เป็นสิทธิประโยชน์สำหรับเด็กกลุ่มเป้าหมายทั่วประเทศ และเร่งรัดกระบวนการจัดซื้อวัคซีนภายใต้วงเงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรร เพื่อให้การเข้าถึงวัคซีนเป็นไปอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม รวมทั้งขอให้ยึดถือผลการศึกษาทางวิชาการด้านความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์เป็นข้อมูลสำคัญประกอบการพิจารณากำหนดนโยบายต่อไป

          ผู้แทนสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ให้ข้อมูลว่า สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ อยู่ระหว่างดำเนินการจัดทำร่างประกาศคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เรื่อง ประเภทและขอบเขตของบริการสาธารณสุขด้านการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค กรณีบริการวัคซีนป้องกันการติดเชื้อนิวโมค็อกคัส ชนิดคอนจูเกต (PCV) พ.ศ. .... เพื่อบรรจุวัคซีน PCV ในชุดสิทธิประโยชน์ด้านบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค โดยได้ดำเนินการควบคู่ไปกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งอยู่ระหว่างขั้นตอนการสืบราคาเบื้องต้น เพื่อแจ้งให้โรงพยาบาลราชวิถีดำเนินการในขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างซื้อต่อไป พร้อมทั้งได้ประสานให้บริษัทผู้ผลิตวัคซีนเสนอราคาเบื้องต้นเพื่อประกอบการพิจารณา 

          นอกจากนี้ สปสช. ยังอยู่ระหว่างการประสานงานกับกรมควบคุมโรค เพื่อยืนยันจำนวนเด็กกลุ่มเป้าหมาย กำหนดพื้นที่ดำเนินการ ตลอดจนเตรียมความพร้อมของหน่วยบริการและพื้นที่สำหรับการให้บริการฉีดวัคซีน โดยคาดว่า จะสามารถดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องให้แล้วเสร็จในช่วงเดือนมีนาคมนี้ ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวจะคำนึงถึงความเหมาะสมและความสมดุลระหว่างวงเงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรรกับจำนวนกลุ่มเป้าหมายเป็นสำคัญ อย่างไรก็ตาม การให้บริการฉีดวัคซีนจะสามารถดำเนินการได้เมื่อมีการประกาศบรรจุวัคซีน PCV ในประเภทและขอบเขตของบริการสาธารณสุข เพื่อให้เป็นชุดสิทธิประโยชน์ด้านบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติต่อไป

          ขณะที่คณะกรรมาธิการได้มีการตั้งข้อสังเกตและข้อเสนอแนะว่า การบรรจุวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อนิวโมค็อกคัส ชนิดคอนจูเกต (PCV) เป็นมาตรการที่มีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งต่อการป้องกันการเจ็บป่วยรุนแรงและการสูญเสียในเด็ก ดังนั้น เพื่อส่งเสริมให้เด็กไทยสามารถเข้าถึงวัคซีนดังกล่าวได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม จึงควรนำงบประมาณที่ได้รับการจัดสรรสำหรับวัคซีน PCV จำนวน 225 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะครอบคลุมเด็กกลุ่มเป้าหมายได้ประมาณร้อยละ 90 ไปใช้ดำเนินการในระดับประเทศ ไม่จำกัดเฉพาะการนำร่องในบางพื้นที่ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจัดสรรงบประมาณดังกล่าว 

          ดังนั้น คณะกรรมาธิการจึงรวบรวมข้อมูล ข้อเท็จจริง และความเห็นทางวิชาการที่ได้รับจากการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทำข้อสรุปเกี่ยวกับการบริหารจัดการการเข้าถึงวัคซีน PCV สำหรับเด็กไทย เสนอไปยังประธานคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เพื่อประกอบการพิจารณาทบทวนต่อไป

 

คริส  พุทธชาติ ข่าว/เรียบเรียง

เฟสบุ๊ค คณะกรรมาธิการสาธารณสุข วุฒิสภา ภาพ/ข้อมูล

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ