ผู้ช่วยศาสตราจารย์นพดล อินนา ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาข้อดีข้อเสียการยกเลิก MOU 2543 และ MOU 2544 เพื่อแก้ไขปัญหาชายแดนไทย–กัมพูชา วุฒิสภา เป็นประธานการประชุมพิจารณาข้อมูลจากผลการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (Regional Border Committee : RBC) โดยเชิญผู้แทนจากกองทัพภาคที่ 2 เข้าร่วมให้ข้อมูล ณ ห้อง CA 327 ชั้น 3 อาคารรัฐสภา
ทั้งนี้ ภายหลังการประชุม ผู้ช่วยศาสตราจารย์นพดล ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าววิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา ว่าที่ประชุมได้เชิญหน่วยงานด้านความมั่นคงจากกองทัพภาคที่ 2 มาให้ข้อมูลเชิงลึก โดยเดิมได้เชิญแม่ทัพภาคที่ 2 แต่ได้มอบหมายให้เสนาธิการกองทัพภาคที่ 2 พร้อมคณะเข้าชี้แจงแทน ซึ่งข้อมูลที่นำเสนอมีประโยชน์อย่างมาก โดยเฉพาะรายละเอียดเหตุการณ์การสู้รบในพื้นที่ชายแดนที่ผ่านมา ทั้งครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 รวมถึงพื้นที่ที่ไทยเคยเสียให้กัมพูชาและสามารถยึดคืนได้หลายจุด รวมประมาณ 14–15 จุด โดยคณะกมธ. จะนำข้อมูลดังกล่าวจะนำมาประกอบการพิจารณาเกี่ยวกับ MOU 2543 ในส่วนพื้นที่ทางบก ซึ่งคณะกมธ.ได้วางกรอบการทำงานไว้ว่าน่าจะสามารถมีมติได้ภายในวันที่ 24 มีนาคมนี้ เนื่องจากข้อมูลที่ได้รับตั้งแต่เริ่มต้นการศึกษาจนถึงขณะนี้ถือว่ามีความครบถ้วนเพียงพอแล้ว
ต่อข้อถามว่าคณะกมธ.ยังมีความกังวลในประเด็นใดหรือไม่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์นพดล กล่าวว่า ขณะนี้ไม่มีความกังวล เนื่องจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถชี้แจงข้อซักถามได้ครบถ้วน โดยเฉพาะประเด็นพื้นที่พิพาทที่เกี่ยวข้องกับแผนที่มาตราส่วน 1:50,000 และ 1:200,000 รวมถึงเส้นปฏิบัติการของกองทัพ ซึ่งมีการอธิบายรายละเอียดอย่างชัดเจน ทำให้ข้อมูลทั้งหมดสามารถนำไปประกอบการตัดสินใจโดยยึดผลประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญ อย่างไรก็ตามหลังจากนี้คณะกมธ.จะพิจารณาข้อมูลทั้งหมดอย่างรอบด้าน โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก พร้อมย้ำว่าการสู้รบทั้งสองครั้งที่ผ่านมา ทหารไทยได้สูญเสียชีวิตและเสียสละอย่างมาก จึงเห็นพ้องกันว่า การเสียสละดังกล่าวจะต้องไม่สูญเปล่า ส่วนแนวโน้มการลงมติของคณะกมธ.ค่อนข้างไปในทิศทางเดียวกัน แต่จะเป็นมติในรูปแบบใดนั้น ต้องรอข้อสรุปในวันที่ 24 มีนาคมนี้ อีกครั้ง
ณัฐเดช เอียดปุ่ม ข่าว/เรียบเรียง