9 มี.ค.69 - น.ส.ศศิกานต์ รองโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ จี้รัฐ เร่งแก้ปมสนามบินตรัง หลังพบสะพานเทียบเครื่องบินใช้ได้ไม่เต็ม 100% ชี้ปล่อยยืดเยื้อ หวั่นภาคใต้ฝั่งอันดามันเสียโอกาสทางเศรษฐกิจ หวังใช้ศักยภาพสนามบินเต็มที่ หนุนเศรษฐกิจท่องเที่ยวภาคใต้เติบโต

image

          น.ส.ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวเรียกร้องให้รัฐบาล กระทรวงคมนาคม และหน่วยงานด้านการบินที่เกี่ยวข้อง เร่งแก้ไขปัญหาการเปิดใช้งานสะพานเทียบเครื่องบินของท่าอากาศยานตรังโดยเร็ว หลังพบว่ายังไม่สามารถใช้งานได้จริง 100% ทั้งนี้ โครงการพัฒนาสนามบินตรังได้รับวงเงินกว่า 4,400 ล้านบาท ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2562 เดิมตั้งเป้าเปิดใช้งานเต็มรูปแบบในปี 2567 แต่จนถึงขณะนี้หลายส่วนยังไม่สามารถใช้งานได้ครบ โดยเฉพาะสะพานเทียบเครื่องบิน ซึ่งกลายเป็นปัญหาที่เปรียบเสมือนคอขวดสำคัญของสนามบิน 

         น.ส.ศศิกานต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการพัฒนาท่าอากาศยานตรังถือเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานด้านการบินสำคัญของภาคใต้ โดยอาคารผู้โดยสารหลังใหม่ได้เปิดให้บริการแบบ Soft Opening เมื่อเดือนกันยายน 2568 หลังจากโครงการล่าช้ามานานกว่า 4 ปี เนื่องจากผู้รับเหมาทิ้งงานและต้องดำเนินการจัดหาผู้รับเหมารายใหม่เข้ามาก่อสร้างต่อจนแล้วเสร็จ

        น.ส.ศศิกานต์ กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันอาคารผู้โดยสารหลังใหม่มูลค่า 1,070 ล้านบาทได้เปิดใช้งานแล้ว แต่สะพานเทียบเครื่องบินซึ่งเป็นโครงสร้างสำคัญของสนามบินสมัยใหม่กลับยังไม่สามารถใช้งานได้ ส่งผลให้ผู้โดยสารยังต้องใช้การขึ้นและลงเครื่องบินแบบภาคพื้น ส่งผลต่อความสะดวกสบายและภาพลักษณ์ของสนามบินที่รัฐบาลตั้งใจยกระดับ ทั้งที่อาคารผู้โดยสารดังกล่าวถูกออกแบบให้รองรับผู้โดยสารได้ประมาณ 1.7 ล้านคนต่อปี เพื่อยกระดับศักยภาพท่าอากาศยานตรังให้เป็นประตูการเดินทางของฝั่งอันดามัน ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารจัดการโครงการภาครัฐยังมีช่องว่างที่ต้องเร่งแก้ไข ทั้งนี้ มีรายงานจากพื้นที่ว่า ผู้อำนวยการท่าอากาศยานตรังได้ชี้แจงว่า การเปิดใช้งานสะพานเทียบเครื่องบินยังต้องรอขั้นตอนการอนุญาตจากหน่วยงานด้านการบินและหน่วยงานมาตรฐานความปลอดภัยก่อน จึงยังไม่สามารถเปิดใช้ได้ทันที โดยอาจต้องรอให้มีการประกาศอนุญาตอย่างเป็นทางการและคาดว่าอาจเปิดใช้งานได้ในช่วงปลายปี 2569

        อย่างไรก็ตาม น.ส.ศศิกานต์ มองว่า เหตุผลดังกล่าวยังไม่สามารถอธิบายความล่าช้าที่เกิดขึ้นได้อย่างเพียงพอ เนื่องจากโครงการพัฒนาสนามบินตรังใช้เวลายืดเยื้อมาหลายปีและใช้งบประมาณจำนวนมากจากภาษีของประชาชน โดยขอเรียกร้องให้กระทรวงคมนาคม กรมท่าอากาศยาน และหน่วยงานกำกับดูแลด้านการบิน เร่งตรวจสอบปัญหาและกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนในการเปิดใช้งานสะพานเทียบเครื่องบินโดยเร็วที่สุด เพื่อให้ท่าอากาศยานตรังสามารถใช้ศักยภาพได้อย่างเต็มที่และสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในภาคใต้

 

คณรัตน์ ยินดีมิตร / ข่าว / เรียบเรียง 

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ