30 เม.ย. 69 - รมว.คมนาคม ตอบกระทู้ สส.พรรคกล้าธรรม ตั้งคำถามความคุ้มค่าโครงการแลนด์บริดจ์ หวั่นไม่คืนทุน-กระทบสิ่งแวดล้อม ย้ำโครงการคุ้มค่า ช่วยลดเวลาขนส่ง ยืนยันเดินหน้าตามขั้นตอน EHIA-EIA ครบถ้วน ดันเป็น New S-Curve เศรษฐกิจไทย

image

           นางสาวอรทัย เกิดทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(สส.) จังหวัดภูเก็ต พรรคกล้าธรรม ตั้งกระทู้ถามถึงความชัดเจนและทิศทางของโครงการแลนด์บริดจ์ ต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุว่า โครงการแลนด์บริดจ์ซึ่งเป็นเมกะโปรเจกต์เชื่อมอ่าวไทยกับอันดามัน ถูกตั้งคำถามอีกครั้งทั้งในมิติความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หลังรายงานการศึกษาปี 2565 ระบุว่าโครงการอาจไม่คืนทุนภายใน 30 ปี นอกจากนี้ ยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) โดยเฉพาะข้อมูลสัตว์หน้าดินที่อาจคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ซึ่งอาจกระทบระบบนิเวศและรายได้จากการท่องเที่ยวเชิงนิเวศของประชาชนในพื้นที่
            ด้านนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งได้รับมอบหมายให้ตอบกระทู้แทน ชี้แจงว่า โครงการแลนด์บริดจ์เป็นทางเลือกสำคัญในการแก้ปัญหาการจราจรทางน้ำที่หนาแน่นในช่องแคบมะละกา ซึ่งคาดว่าจะเต็มความจุภายใน 10 ปีข้างหน้า พร้อมระบุว่า สถานการณ์โลกและความไม่สงบในตะวันออกกลาง ทำให้หลายประเทศต้องมองหาเส้นทางขนส่งทางเลือก โดยการวิเคราะห์ผ่าน AI และเทคโนโลยีสมัยใหม่พบว่า แลนด์บริดจ์จะช่วยลดเวลาขนส่งได้มากกว่าเส้นทางเดิมถึง 5 วัน สำหรับด้านความคุ้มค่าการลงทุน สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ร่วมกับที่ปรึกษาจากเนเธอร์แลนด์ ประเมินอัตราผลตอบแทนภายในทางการเงิน (FIRR) อยู่ที่ 11.87% ถือเป็นระดับที่น่าสนใจสำหรับการลงทุน ยืนยันว่า รัฐบาลจะดำเนินโครงการตามขั้นตอนกฎหมายอย่างครบถ้วน ทั้งการจัดทำ EHIA, EIA และการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน โดยตั้งเป้าพัฒนาในรูปแบบการร่วมทุนรัฐและเอกชน (PPP) เพื่อลดภาระงบประมาณของรัฐ นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีแนวคิดผลักดันระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (Southern Economic Corridor : SEC) ควบคู่กับโครงการแลนด์บริดจ์ เพื่อยกระดับเศรษฐกิจภาคใต้ในลักษณะเดียวกับ EEC โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พร้อมพิจารณาสงวนบางอาชีพให้คนไทยและคนในพื้นที่
            ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ย้ำว่า โครงการแลนด์บริดจ์จะเป็น New S-Curve หรือเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ของประเทศ ผ่านการพัฒนา 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ควบคู่กับการรักษาสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตของชุมชนในพื้นที่


อรพรรณ ขันทองคำ ข่าว/เรียบเรียง

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ