นายพิสุทธิ์ ทรัพย์วิจิตร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กล่าวถึงแนวคิดยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนสินทรัพย์สร้างสรรค์แห่งชาติว่า จะเปลี่ยนการเผยแพร่ความสวยงามมาเป็นการบริหารจัดการสินทรัพย์ เพื่อสร้างพื้นที่ยืนให้กับประเทศไทยบนเวทีโลกอย่างยั่งยืน โดยผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ประกอบด้วย 1. การเปลี่ยนทุนวัฒนธรรม ให้เป็นสินทรัพย์ที่จับต้องได้ จะไม่เน้นแค่การโชว์ แต่จะเน้นการจดจำและการจัดเก็บ การปฏิรูปลิขสิทธิ์ ผลักดันกฎหมายและระบบการจัดเก็บลิขสิทธิ์ที่เป็นธรรมและโปร่งใส โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมดนตรี ภาพยนตร์ และการแสดง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าทุกครั้งที่ความเป็นไทยถูกนำไปใช้ ศิลปิน เจ้าของผลงาน ต้องได้รับส่วนแบ่งที่เป็นธรรม สร้างฐานข้อมูลสินทรัพย์ สร้างสรรค์ระดับชาติ เพื่อให้เอกชนและนักลงทุนจากทั่วโลกเข้าถึงและนำไปต่อยอดอุตสาหกรรมบันเทิง ภาพยนตร์และเกมส์ ได้อย่างเป็นระบบ
2. การสร้างนิเวศแห่งโอกาส รัฐต้องเลิกทำตัวเป็นผู้คุมกฎ แต่รัฐต้องเป็นผู้ลงทุนในศักยภาพ สำหรับศิลปินท้องถิ่น สนับสนุนงบประมาณสมทบให้กับโครงการที่ดึงเอาอัตลักษณ์และจิตวิญญาณของรากหญ้ามานำเสนอในรูปแบบใหม่ รูปแบบทันสมัย ร่วมสมัย เพื่อให้ศิลปะเข้าถึงตลาดโลกได้ง่ายขึ้น การลดอุปสรรคทางการกฎหมาย ปรับปรุงระเบียบข้อบังคับที่ขัดขว้างการจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรม ดนตรี และกีฬา เพื่อให้พื้นที่สาธารณะกลายเป็นพื้นที่สร้างรายได้ของคนทำงานศิลปะ และ
3.การเชื่อมต่อโครงข่ายโลก โดยการสนับสนุนจับคู่ระหว่างศิลปินไทยกับผู้ผลิตระดับสากล เพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตให้ทัดเทียมกับระดับโลก โดยใช้สินทรัพย์ทางจิตวิญญาณเป็นจุดขายสำคัญ ความเชื่อมั่นต่อศิลปินตัวเล็ก ๆ ในอุตสาหกรรม ยุทธศาสตร์นี้ไม่ได้ทำเพื่อชื่อเสียงของประเทศเพียงอย่างเดียว แต่เป้าหมายสูงสุดคือคุณภาพคนทำงาน และการสร้างรายได้ที่มั่นคง ต่อเนื่องในระยะยาว
นายพิสุทธิ์ กล่าวอีกว่าเมื่อระบบลิขสิทธิ์มีความเข้มแข็ง ศิลปินจะมีรายได้ไม่เฉพาะจากการจ้างงานเท่านั้น แต่ยังสามารถมีรายได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว เมื่อผลงานถูกนำไปใช้ซ้ำในแฟลตฟอร์มต่าง ๆ การกระจายรายได้สู่ภูมิภาค การชูจุดขายหรืออัตลักษณ์และจิตวิญญาณท้องถิ่นจะช่วยให้ศิลปินในต่างจังหวัดไม่ต้องย้ายเข้ามาในกรุงเทพฯ แต่สามารถสร้างรายได้ในบ้านเกิดของตนเองได้ ความมั่นคงทางอาชีพ การรับรองสถานะ สินทรัพย์สร้างสรรค์จะช่วยให้คนในอุตสาหกรรมบันเทิง ศิลปะ สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนและสวัสดิการได้เหมือนอาชีพอื่น ๆ
ส่วนข้อเสนอนโยบายเพื่อขับเคลื่อนสินทรัพย์สร้างสรรค์แห่งชาติ นายพิสุทธิ์ กล่าวว่า ต้องมีการปฏิรูปกฎหมายและระบบลิขสิทธิ์ โดยมีการจัดตั้งศูนย์ลิขสิทธิ์กลางเพื่อเป็นฐานข้อมูลกลาง ใช้เทคโนโลยีเพื่อความโปร่งใส ลดขั้นตอนการผูกขาดจากรายใหญ่ เพิ่มการคุ้มครองลิขสิทธ์ให้ครอบคลุมถึงแฟลตฟอร์มใหม่ ๆ สร้างกลไกการต่อรองราคา รวมถึงการจัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์รายพื้นที่ นำร่องในพื้นที่ที่มีวัฒนธรรมสูง ตลอดจนมีกลไกการเข้าถึงแหล่งทุนสำหรับคนตัวเล็ก โดยตั้งกองทุนประกันรายได้และสินเชื่อศิลปะ สร้างกลไกที่ช่วยให้ศิลปินอิสระสามารถนำทรัพย์สินทางปัญญาหรือประวัติการทำงานมาเป็นแหล่งประกันในการเข้าถึงเงินทุน เพื่อลดปัญหาหนี้นอกระบบและสร้างความมั่นคงในอาชีพ และยกระดับสวัสดิการและมาตรฐานอาชีพ ผลักดันให้มีการขึ้นทะเบียนอาชีพกลุ่มศิลปะและบันเทิงอย่างเป็นระบบ เพื่อให้เข้าถึงสวัสดิการของรัฐ การประกันสังคม และการดูแลสุขภาพที่สอดคล่องกับลักษณะงานที่มีความหยืดหยุ่นสูง
คริส พุทธชาติ ข่าว/เรียบเรียง