นายปฏิมา จีระแพทย์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ให้สัมภาษณ์ในรายการ ทันข่าววุฒิสภา ประเด็นการเตรียมความพร้อมรับมือและแนวทางการพึ่งพาตนเอง ในสถานการณ์ความตึงเครียดภูมิภาคตะวันออกกลาง ว่า รัฐบาลต้องชัดเจนเรื่องน้ำมันสำรอง เพื่อลดความตื่นตระหนก วิกฤตตะวันออกกลางทำให้เกิดปัญหาต้นทุนราคาน้ำมันและค่าขนส่งที่พุ่งสูงขึ้น ที่ผ่านมาประชาชนเกิดความสับสนและตื่นตระหนก เนื่องจากรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ข้อมูลเรื่องปริมาณน้ำมันสำรองของประเทศ คลาดเคลื่อนและไม่ตรงกัน ตั้งแต่ 60-100 วัน จึงเสนอให้นายกรัฐมนตรีเร่งสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องและโปร่งใส ผ่านระบบฐานข้อมูลศูนย์กลาง โดยกางโครงสร้างราคาน้ำมันตั้งแต่หน้าโรงกลั่นถึงหน้าปั๊ม รวมถึงชี้แจงภาษีต่างๆ เพื่อคลายข้อสงสัย เรื่องการกักตุนน้ำมันเก็งกำไร และรื้อฟื้นความเชื่อมั่นของประชาชน
นายปฏิมา กล่าวต่อว่า วิกฤตลามถึงภาคเกษตร และราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ผลกระทบจากน้ำมันแพงและขาดแคลน ทำให้เกษตรกรจำนวนมากได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก เนื่องจากไม่มีน้ำมันดีเซลเติมรถอีแต๋นเพื่อขนส่งผลผลิต เช่น อ้อย มันสำปะหลัง ข้าวโพด ไปยังลานรับซื้อทำให้ขาดรายได้ ดังนั้น ตนจึงขอเสนอให้รัฐบาลมีมาตรการผ่อนปรน อนุญาตให้เกษตรกรที่ถือบัตรเกษตรกรสามารถนำภาชนะไปซื้อน้ำมันที่ปั๊มได้ พร้อมขอเรียกร้องไปยังกระทรวงพาณิชย์ เข้ามาดูแลและควบคุมราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด หลังพบว่าสินค้าหลายหมวดเริ่มปรับราคาขึ้นและมีการฉวยโอกาสค้ากำไรเกินควร เช่น ไข่ไก่ และวัสดุก่อสร้างอย่างทินเนอร์ (ปรับจากขวดละ 100 บาท เป็น 140 บาท) โดยให้กางต้นทุนคำนวณกันอย่างชัดเจน
ทั้งนี้ นายปฏิมา ยังได้กล่าวถึงในวันที่เลวร้ายที่สุดของความขัดแย้งโลก จะต้องพึ่งพาตนเองและสร้างความมั่นคงทางอาหารระดับครัวเรือนได้ ด้วยวิธีการปลูกผัก เลี้ยงไก่ เลี้ยงปลา เพื่อเป็นทางรอดให้กับการดำรงชีวิต ขณะเดียวกันก็ยังมีสว.หลายที่ลงมือทำจริงในเรื่องดังกล่าว จนเกิดเป็นกลุ่ม สว.ปลูกผักกินเอง ขณะนี้ได้ขยายผลไปสู่ชุมชนในต่างจังหวัด จนสามารถสร้างรายได้ และยกระดับไปสู่การทำวิสาหกิจชุมชนส่งขายห้างสรรพสินค้าได้จริงด้วย
อัญชิสา ก่อกิจฤกษ์ชัย ข่าว/เรียบเรียง