การประชุมร่วมกันของรัฐสภาเพื่อพิจารณาเรื่องด่วน กรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามมาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ในวันที่ 10 เมษายน 2569 ซึ่งเป็นวันที่สองของการอภิปรายมี นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา และ นายมงคล สุระสัจจะ รองประธานรัฐสภา ผลัดเปลี่ยนกันทำหน้าที่ประธานการประชุม โดยสมาชิกรัฐสภาทั้ง สส. และ สว. ร่วมอภิปรายนโยบายในหลายประเด็นสำคัญ สำหรับด้านพลังงาน และค่าครองชีพ
นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายถึงปัญหาราคาน้ำมัน โดยเห็นว่ารัฐบาลยังขาดนโยบายที่ชัดเจนในการแก้ไข แม้ว่าราคาน้ำมันในตลาดโลกจะปรับลดลงแล้ว แต่ประชาชนยังต้องแบกรับภาระราคาน้ำมันในระดับสูง พร้อมเรียกร้องให้มีมาตรการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม ขณะที่ นายรังสิมันต์ โรม สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายถึงปัญหาแก๊งสแกมเมอร์ กลุ่มทุนเทา และการทุจริตคอร์รัปชัน โดยตั้งข้อสังเกตถึงความไม่สอดคล้องในการดำเนินงานของรัฐบาล พร้อมเรียกร้องให้ตรวจสอบการกักตุนน้ำมันอย่างจริงจัง และป้องกันอิทธิพลนอกระบบที่อาจแทรกแซงการใช้อำนาจรัฐ ซี่งประเด็นนี้ นายกรณ์ จาติกวณิช ยังได้เน้นย้ำให้รัฐบาลเร่งปราบปรามกลุ่มทุนเทาและสแกมเมอร์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน
ขณะเดียวกัน มีกลุ่ม สส.ที่อภิปรายถึงนโยบายที่ควรจัดการเรื่องเศรษฐกิจปากท้อง แรงงาน และเกษตรกร อาทิ นายจูรี นุ่มแก้ว สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ เรียกร้องให้รัฐบาลเข้าใจปัญหาปากท้องของประชาชน โดยเฉพาะแรงงานและเกษตรกรที่มีรายได้ต่ำ แต่ต้องเผชิญค่าครองชีพสูง นายพิทักษ์เดช เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ สะท้อนปัญหาความยากจนของเกษตรกร และต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเห็นว่ายังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเพียงพอ ขณะที่ นายชินโชติ แสงสังข์ สว. เห็นว่านโยบายด้านคุณภาพชีวิตแรงงานยังมีไม่เพียงพอ โดยชี้ว่าหากต้องการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ต้องให้ความสำคัญกับแรงงานซึ่งเป็นฐานการผลิต
สำหรับอีกประเด็นที่สมาชิกรัฐสภาให้ความสนใจอภิปราย คือ เรื่องโครงสร้างกฎหมาย และการบริหารประเทศนางสาววิสุดา วิเชียรศิลป์ สส. กาญจนบุรี พรรคภูมิใจไทย อภิปรายถึงความสำคัญของกฎหมายในฐานะโครงสร้างหลักของการพัฒนาประเทศ โดยเห็นว่าการบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมจะช่วยให้ประเทศเดินหน้าได้อย่างมั่นคง พร้อมสนับสนุนแนวทางการทบทวนกฎหมายที่ล้าสมัย และยกเลิกกฎหมายที่ซ้ำซ้อน นายกิตติชัย เอ่งฉ้วน สส.กระบี่ พรรคภูมิใจไทย อภิปรายสนับสนุนนโยบายการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น โดยเสนอให้เพิ่มรายได้ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผ่านการจัดเก็บภาษีและค่าธรรมเนียมรูปแบบใหม่ รวมถึงเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาพื้นที่มากขึ้น
นอกจากนี้ สมาชิกรัฐสภาให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมต่อการดำเนินนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ในประเด็นการพัฒนาเศรษฐกิจ อาทิ นายชัชวาล แพทยาไทย สส. ร้อยเอ็ด พรรคไทยสร้างไทย เสนแนวทางการยกระดับเศรษฐกิจ ลดการพึ่งพาต่างชาติ ด้วยการเสนอให้เสริมสร้างอุตสาหกรรมภายในประเทศ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า นโยบายของรัฐบาลแม้จะมีความน่าสนใจในเชิงหลักการ แต่ยังต้องติดตามผลการปฏิบัติจริง นายธวัช สุระบาล สว. เสนอแนวทางการพัฒนาเกษตรกรรม โดยเน้นการเปลี่ยนผ่านสู่เกษตรแม่นยำ เกษตรมั่นคง และเกษตรยั่งยืน พร้อมเสนอให้เพิ่มมูลค่าห่วงโซ่อุปทาน และเร่งพัฒนาระบบชลประทานขนาดเล็กให้ครอบคลุมพื้นที่เกษตร
ส่วนประเด็นการต่างประเทศ และการสร้างความมั่นคง นายนพดล อินนา สว. กล่าวอภิปรายสนับสนุนนโยบายดังกล่าว โดยระบุว่ารัฐบาลมีแนวทางศึกษาการยกเลิกบันทึกความเข้าใจ (MOU) ปี 2544 กับกัมพูชา และเห็นว่าการดำเนินการดังกล่าวสอดคล้องกับข้อเสนอของคณะกรรมาธิการวิสามัญของวุฒิสภา ในประเด็นการคมนาคม นายสุนทร พฤกษพิพัฒน์ สว. อภิปรายแสดงความกังวลต่อโครงการทางด่วนชั้นที่ 2 (Double Deck) โดยมองว่าอาจเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มทุน และเสนอให้รัฐบาลมุ่งเน้นการพัฒนาระบบขนส่งทางรางและขนส่งสาธารณะ ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาการจราจรอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งกังวลถึงผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม
ทั้งนี้ การประชุมร่วมรัฐสภาจะยังดำเนินต่อเนื่อง โดยประชาชนสามารถติดตามการถ่ายทอดสดผ่านทางวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา และสื่อออนไลน์ทุกแพลตฟอร์มของ TP Channel
ณัฐเดช เอียดปุ่ม ข่าว/เรียบเรียง
