นายพละวัต ตันศิริ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กล่าวถึงประเด็นการตรวจสอบสารพิษและความปลอดภัยในชีวิตของประชาชน ไปยังนายกรัฐมนตรี โดยกล่าวว่า ปัญหาสารเคมีและสารพิษตกค้างในพื้นที่จังหวัดเชียงรายมี 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ การตรวจพบสารพิษตกค้างในแม่น้ำ เช่น แม่น้ำกก แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง ซึ่งพบปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างมากในแม่น้ำโขง รวมถึงผลกระทบต่อพืชผักทางการเกษตร จากการนำน้ำที่ปนเปื้อนมาใช้ในการทำเกษตรกรรม ทำให้ตรวจพบสารตกค้างในผลผลิต ตลอดจน พืชผักที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ มีสารเคมีอันเป็นพิษส่งผ่านด่านตรวจเข้าสู่ประเทศไทย
นายพละวัต ยังกล่าวชี้ให้เห็นถึงปัญหาในกระบวนการตรวจสอบ โดยเฉพาะการตรวจหาสารโลหะหนัก ว่า ในปัจจุบันต้องผ่านขั้นตอนจำนวนมากและรอผลการวิเคราะห์จากห้องปฏิบัติการ (แล็บ) ใช้เวลานานเกือบ 1 เดือน (ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงเดือนสิงหาคม) กว่าจะทราบผล แม้ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ร่วมกับ กรมวิชาการเกษตร จะยืนยันว่าสามารถตรวจผักนำเข้า ณ ด่านตรวจได้ภายใน 1 วัน แต่ยังมีข้อจำกัดเรื่องศักยภาพและจำนวนห้องแล็บที่รองรับ รวมทั้งการแบ่งประเภทเครื่องมือ เช่น การใช้ชุดทดสอบ (Test kit) เครื่องมือตรวจรวดเร็ว หรือการส่งเข้าห้องแล็บวิจัยจริง เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ตนจึงขอเสนอแนวทางต่อรัฐบาล 3 ข้อ ได้แก่ การพัฒนาระบบวิเคราะห์การตรวจความปลอดภัยทางการเกษตรที่เข้าถึงได้ เพื่อให้ประชาชนสามารถนำผักมาตรวจได้บ่อยครั้ง สร้างความมั่นใจในความปลอดภัย การจัดตั้งและยกระดับศูนย์วิเคราะห์การตรวจสารปนเปื้อนในระดับพื้นที่ เพื่อเพิ่มปริมาณและความสามารถในการตรวจวิเคราะห์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และการจัดทำมาตรฐานกลางและระบบข้อมูลการตรวจวิเคราะห์ร่วมกัน เพื่อเร่งรัดกระบวนการตรวจให้รวดเร็ว โดยด่านตรวจสินค้าชายแดนต้องเพิ่มศักยภาพให้สามารถตรวจพืชผักล็อตนำเข้าได้เป็นจำนวนมาก และรีบแจ้งผลการตรวจให้ประชาชนรับทราบโดยเร็วว่าพบปัญหาหรือไม่ เพื่อเป็นการคุ้มครองความปลอดภัยในชีวิตให้ประชาชน
คณรัตน์ ยินดีมิตร / ข่าว
ลักขณา เทียกทอง / เรียบเรียง