16 ก.ย. 69 - ครม.เงา พรรคประชาชน เสนอรัฐบาลเร่งจัดสรรงบแก้ปัญหาปลาหมอคางดำและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ พร้อมเสนอทบทวนมาตรการไทยช่วยไทยพลัสให้ช่วยเหลือกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานโดยตรง และตั้งข้อสังเกตต่อร่าง PDP 2026 ทั้งกระบวนการรับฟังความคิดเห็น การคาดการณ์ความต้องการไฟฟ้า และผลกระทบต่อต้นทุนค่าไฟ

 

image

        นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรีเงา ครั้งที่ 12 ว่า ที่ประชุมพิจารณา 3 ประเด็น ได้แก่ การแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำ มาตรการไทยช่วยไทยพลัส และร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP 2026)

        นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวว่าปัญหาปลาหมอคางดำส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพของเกษตรกรและชาวประมง และพบการแพร่ระบาดแล้วใน 22 จังหวัด รวมถึงบริเวณเขื่อนลำปาว จังหวัดกาฬสินธุ์ จึงเสนอให้กำหนดมาตรการเร่งด่วนในพื้นที่ระบาดรุนแรง ทั้งการกำจัดปลาและการปิดพื้นที่เพาะเลี้ยงเป็นการชั่วคราว อย่างไรก็ตาม ยังตั้งข้อสังเกตว่า งบประมาณกรมประมงปี 2570 วงเงินประมาณ 4,800 ล้านบาท ไม่มีรายการงบประมาณสำหรับแก้ปัญหาปลาหมอคางดำโดยตรง ขณะที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เตรียมเสนอของบกลางประมาณ 350 ล้านบาท ภายหลังศาลมีคำพิพากษา จึงขอให้ติดตามการใช้จ่ายให้เกิดประสิทธิภาพและตรงตามวัตถุประสงค์

        ด้าน รองศาสตราจารย์วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.แบบบัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงมาตรการไทยช่วยไทยพลัส 60 ต่อ 40 ว่า รัฐบาลใช้งบประมาณกว่า 175,000 ล้านบาท ภายใต้กรอบเงินกู้ 200,000 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นการบริโภค ขณะที่ประชาชนบางกลุ่มได้รับผลกระทบโดยตรงจากราคาพลังงาน จึงเสนอให้เพิ่มมาตรการช่วยเหลือแบบเฉพาะกลุ่ม โดยเฉพาะเกษตรกร ชาวประมง และภาคขนส่ง นอกจากนี้ นายวีระยุทธ เสนอประเด็นอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ให้ตรวจสอบการคำนวณสัดส่วนการใช้วัตถุดิบและชิ้นส่วนในประเทศ (Local Content) อย่างเข้มงวด ส่งเสริมการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนารวมถึงระบบซอฟต์แวร์ พัฒนาทักษะแรงงานในอุตสาหกรรมยานยนต์ให้รองรับรถยนต์ไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้า และสนับสนุนผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมให้สามารถปรับตัวต่อมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมของต่างประเทศ

        ขณะที่ นายวรภพ วิริยะโรจน์ ทีมบริหารการปฏิรูปรัฐและกฎหมายของคณะรัฐมนตรีเงา แสดงความเห็นคัดค้านร่าง PDP 2026 พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ระยะเวลารับฟังความคิดเห็นระหว่างวันที่ 8-15 กันยายน 2569 ค่อนข้างจำกัด และควรเปิดเผยสมมติฐานที่ใช้คาดการณ์ความต้องการไฟฟ้า รวมถึงต้นทุนเชื้อเพลิงอย่างครบถ้วน ทั้งนี้ ร่างแผนดังกล่าวเสนอเพิ่มกำลังผลิตจากโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติประมาณ 9,100 เมกะวัตต์ ซึ่งอาจเพิ่มการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติเหลวนำเข้า (LNG) และประเมินว่าอาจทำให้ค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้นได้ถึง 50 สตางค์ต่อหน่วย จึงขอให้กระทรวงพลังงานเปิดเผยข้อมูลที่ใช้จัดทำแผน เปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง และทบทวนความจำเป็นในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติแห่งใหม่ ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานระบุว่าร่าง PDP 2026 มีเป้าหมายสร้างระบบไฟฟ้าที่สะอาด มั่นคง และเป็นธรรม กระทรวงพลังงาน

 

คณรัตน์ ยินดีมิตร / ข่าว

ลักขณา เทียกทอง / เรียบเรียง 

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ