นายคริส โปตระนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) บัญชีรายชื่อ และประธานพรรคเศรษฐกิจ พร้อมคณะ สส.พรรคเศรษฐกิจ แถลงข่าวถึงจุดยืนของพรรคต่อกรณีการจัดสรรงบประมาณช่วยเหลือประเทศเพื่อนบ้าน โดยกล่าวว่า ประชาชนจำนวนมากได้สอบถามและแสดงความโกรธเคือง ภายหลังพรรคได้เผยแพร่ข้อมูลลงบนสื่อสังคมออนไลน์ซึ่งมีผู้เข้าชมมากกว่า 1 ล้านคน เกี่ยวกับการนำเงินภาษีประชาชนไปอุดหนุนประเทศเพื่อนบ้านทั้ง สปป.ลาว เมียนมา และกัมพูชา ซึ่งในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ.2570 สภาผู้แทนราษฎร ได้ตรวจพบงบประมาณภายใต้สังกัดกระทรวงการคลัง ของสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) (สพพ.) หรือ NEDA ที่มีการจัดสรรเงิน 31 ล้านบาท เพื่ออุดหนุนส่วนต่างดอกเบี้ยเงินกู้ให้กับรัฐบาลกัมพูชา ซึ่งเป็นข้อตกลงผูกพันมาตั้งแต่ปี 2546 ในโครงการสร้างถนน R67 โดยรัฐบาลไทยตกลงชดเชยส่วนต่างดอกเบี้ยเพื่อให้กัมพูชาได้กู้เงินอัตราพิเศษจากธนาคาร EXIM Bank ซึ่งในชั้นพิจารณางบประมาณ ตนได้เสนอให้ตัดลดหรือแขวนงบก้อนนี้ไว้ก่อน แต่อนุ กมธ. ไม่ยอมตัดลดโดยอ้างว่าเป็นภาระผูกพันระหว่างประเทศ
ประธานพรรคเศรษฐกิจ กล่าวตั้งคำถามถึงความเหมาะสม เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยมีรายได้จากการเก็บภาษีเพียง 3 ล้านล้านบาท แต่มีรายจ่ายสูงถึง 3.78 ล้านล้านบาท ทำให้ต้องกู้เงินชดเชยการขาดดุลกว่า 8 แสนล้านบาท อีกทั้งประเทศยังขาดแคลนงบประมาณในส่วนสำคัญ เช่น กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ที่คาดว่าขาดเงินอีกราว 1.3 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้ ที่ผ่านมา ยังเคยมีความขัดแย้งกับกัมพูชา การนำเงินภาษีของคนไทยไปอุ้มส่วนต่างดอกเบี้ยให้ต่างชาติจึงเป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผล ทั้งนี้ คณะ สส. พรรคเศรษฐกิจ ได้ร่วมกันยกมือไหว้ขอโทษประชาชนที่ไม่สามารถยับยั้งงบประมาณก้อนนี้ในสภาได้สำเร็จ
ประธานพรรคเศรษฐกิจ กล่าวทิ้งท้ายว่า ตนขอเรียกร้องให้ประชาชนร่วมกันส่งเสียงผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อกดดันให้กระทรวงการคลังและ NEDA หยุดการจ่ายเงิน 31 ล้านบาทนี้ทันที แม้งบประมาณจะผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรไปแล้ว ซึ่งหากไทยหยุดจ่าย กัมพูชาจะต้องชำระดอกเบี้ยตามราคาตลาดเต็มจำนวนแก่ EXIM Bank เอง และเห็นว่าหากเป็นไปได้ควรพิจารณาทบทวนบทบาท หรือความจำเป็นในการคงอยู่ของ NEDA
คณรัตน์ ยินดีมิตร / ข่าว
ลักขณา เทียกทอง / เรียบเรียง