นายยอดชาย พึ่งพร โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การท่องเที่ยว สภาผู้แทนราษฎร พร้อม นายเฉลิมพงศ์ แสงดี รองประธาน กมธ. แถลงข่าวถึงผลการประชุม กมธ. ครั้งที่ 10 เพื่อพิจารณาการตรวจสอบและแนวทางกำกับดูแลการประกอบธุรกิจและการประกอบอาชีพของชาวต่างชาติในเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญ พร้อมเชิญผู้แทนจาก 8 หน่วยงาน ได้แก่ กรมการปกครอง กรมที่ดิน กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมการจัดหางาน กรมการท่องเที่ยว กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) และกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เข้าร่วมให้ข้อมูล
นายยอดชาย กล่าวว่า ที่ประชุมได้ให้ความสำคัญกับสถานการณ์ชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนัก ลงทุน และทำธุรกิจเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการใช้คนไทยเป็นนอมินีหรือสร้างโครงสร้างนิติบุคคลเพื่ออำพรางผู้ควบคุมกิจการและผู้รับประโยชน์ที่แท้จริง การถือครองที่ดิน ตลอดจนการทำงานในอาชีพที่ห้ามคนต่างด้าวทำ ซึ่งส่งผลกระทบต่อโอกาสอาชีพของคนไทยและการจัดเก็บรายได้ของรัฐ สำหรับพื้นที่จังหวัดชลบุรี โดยเฉพาะเมืองพัทยา ซึ่งทาง พลตำรวจเอก สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.)ได้ลงพื้นที่ปราบปรามนอมินีในเฟสที่ 4 พบว่ามีนิติบุคคลที่เข้าข่ายและมีความเสี่ยงเป็นนอมินีสูงถึงประมาณ 14,000 ราย
นายยอดชาย ยังกล่าวถึงกลุ่มคนไทยที่ยินยอมเป็นนอมินีว่าเป็นไทยเทา ซึ่งถือเป็นจิ๊กซอว์ตัวสำคัญและเป็นมหันตภัยร้ายที่ทำให้ระบบเศรษฐกิจมีปัญหาและทำให้ประเทศสูญเสียแผ่นดิน พร้อมกล่าวว่ากำลังจะมีข่าวใหญ่เกี่ยวกับการปราบปรามนอมินีชาวอิสราเอลในพื้นที่จังหวัดชลบุรีในเร็ว ๆ นี้ นอกจากนี้ยังแสดงความกังวลถึงปัญหาที่ร้ายแรงกว่านอมินี คือ การสวมบัตรประชาชน ซึ่งทำให้ต่างชาติกระทำนิติกรรมได้เหมือนคนไทยจนอาจเสียดินแดนและรายได้รัฐ รวมถึงปัญหาการอุ้มบุญ ที่เด็กต่างชาติจากการอุ้มบุญจะเติบโตขึ้นมาถือครองทรัพย์สินได้ในอีก 20 ปีข้างหน้า อย่างไรก็ตาม การจะแก้ไขปัญหาต้องทำอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การเข้าเมือง การทำงาน การตรวจสอบแหล่งที่มาของเงินทุน ผู้ถือหุ้น ผู้รับประโยชน์ที่แท้จริง การถือครองอสังหาริมทรัพย์ ปัญหามัคคุเทศก์ลักลอบ ตลอดจนการตรวจสอบเส้นทางรายได้และการเสียภาษี เพื่อป้องกันการทำธุรกิจท่องเที่ยวแบบศูนย์เหรียญ ทั้งนี้เพื่อรักษาความเป็นธรรมในการแข่งขัน คุ้มครองโอกาสของผู้ประกอบการไทย และกระจายรายได้สู่ชุมชน โดยไม่กระทบต่อชาวต่างชาติที่เข้ามาประกอบธุรกิจหรือทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
ด้าน นายเฉลิมพงษ์ แสงดี รองประธาน กมธ. กล่าวถึงสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตว่า มีการตรวจสอบธุรกิจเสี่ยงหลายประเภท เช่น นำเที่ยว ที่พัก ร้านอาหาร รถเช่า อสังหาริมทรัพย์ และพูลวิลล่า พร้อมกล่าวถึงกรณีข่าวพื้นที่ชาบัด ป่าตอง ซึ่งมีการกล่าวอ้างว่าเป็นดินแดนของอิสราเอล โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างกระบวนการชั้นศาลในการยื่นอุทธรณ์ ขณะเดียวกัน ในวันที่ 11 กันยายน 2569 จะมีการรวมตัวจัดงานเทศกาลปีใหม่ของชาวยิว (พิธีล้างบาป) ซึ่งมีชาวต่างชาติอิสราเอลเข้าร่วมประมาณ 1,000 คน ซึ่งอาจเกิดการรวมตัวต่อต้านจากประชาชนในพื้นที่เนื่องจากกังวลผลกระทบ
คณรัตน์ ยินดีมิตร / ข่าว
ลักขณา เทียกทอง / เรียบเรียง