16 ก.ย. 69 - รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง เยี่ยมชมและรับฟังการดำเนินงาน บริษัท ไฮ-เทค แอพพาเรล จำกัด ฐานผลิตเสื้อผ้าภาคเอกชนของไทยในอียิปต์ ชูลงทุนเขตเศรษฐกิจพิเศษคลองสุเอซ เชื่อมตลาดโลก

image

        นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง พร้อมด้วย นายธนวัต ศิริกุล เอกอัครราชทูต ณ กรุงไคโร และคณะผู้แทนรัฐสภา เข้าเยี่ยมชมและรับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับการดำเนินงานของบริษัท ไฮ-เทค แอพพาเรล จำกัด ซึ่งเป็นผู้ผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปสัญชาติไทยรายแรกที่เข้ามาลงทุนจัดตั้งโรงงานในเขตเศรษฐกิจพิเศษคลองสุเอซ (SCZONE) เมืองอิสมาอิเลีย สาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ สำหรับโครงการ ไฮ-เทค แอพพาเรล อียิปต์ (Hi-Tech Apparel Egypt) เป็นการขยายฐานการผลิตของภาคเอกชนไทยในต่างประเทศแบบครบวงจร บนพื้นที่รวมกว่า 64,000 ตารางเมตร แบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 (Garment Facility) โรงงานผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปบนพื้นที่ประมาณ 32,000 ตารางเมตร มีกำลังการผลิต 500,000 ชิ้นต่อเดือนหรือ 6 ล้านชิ้นต่อปี และระยะที่ 2 (Fabric Mill) โรงงานผลิตผ้าและสิ่งทอ มีกำลังการผลิต 1 ล้านหลาต่อเดือน เพื่อเติมเต็มโครงสร้างการผลิตแบบครบวงจร โครงการดังกล่าวมีส่วนช่วยเสริมศักยภาพภาคการส่งออกของไทย และสร้างงานให้แก่แรงงานท้องถิ่นในอียิปต์ประมาณ 1,500-2,000 ตำแหน่ง โดยทางบริษัทได้เลือกอียิปต์และเขต SCZONE เป็นฐานการผลิตยุทธศาสตร์จากความคุ้มค่าด้านต้นทุนแรงงาน และทำเลที่ตั้งซึ่งเชื่อมโยงเส้นทางขนส่งหลักใกล้คลองสุเอซ ช่วยลดระยะเวลาการขนส่ง (Transit Time) ไปยังสหรัฐอเมริกาลง 7-14 วัน และยุโรปลง 21-30 วัน รวมถึงลดระยะเวลาการผลิตลง 5-15 วัน 

        ปัจจุบันบริษัท ไฮ-เทค แอพพาเรล จำกัด มีฐานการผลิตรวม 14 แห่งใน 5 ประเทศ ได้แก่ ไทย กัมพูชา เวียดนาม ลาว และอียิปต์ โดยมีสัดส่วนผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ เสื้อผ้ากีฬาประเภททีม (Team Sports) ร้อยละ 43 ชุดออกกำลังกาย (Activewear) ร้อยละ 39 ชุดชั้นในและเสื้อผ้าพื้นฐาน (Innerwear & Basics) ร้อยละ 10 และเสื้อผ้าลำลอง (Casualwear) ร้อยละ 8 และอยู่ระหว่างการขยายฐานการผลิตเพื่อรองรับความต้องการของตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง

        นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง กล่าวชื่นชมการดำเนินงานของบริษัท ไฮ-เทค แอพพาเรล จำกัด ที่สามารถขยายการลงทุนและสร้างฐานการผลิตในต่างประเทศ โดยเฉพาะในเขตเศรษฐกิจพิเศษคลองสุเอซ ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญของอียิปต์ พร้อมอวยพรให้บริษัทประสบความสำเร็จในการดำเนินโครงการทั้งสองระยะ สามารถเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ขยายตลาด และสร้างโอกาสทางธุรกิจให้แก่ภาคเอกชนไทยในตลาดโลกได้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งประสบความสำเร็จในการสร้างงานและถ่ายทอดองค์ความรู้แก่แรงงานท้องถิ่น อันจะนำไปสู่ความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ต่อไป

สำนักความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ สนง.สผ. /ข้อมูลและภาพ 

ประมวลผลภาพ

วิดีโอ